จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

นิทานสั้นแง่คิดสอนใจ เรื่อง ดาวลูกไก่ และเพลงดาวลูกไก่

เพลง ดาวลูกไก่ ญี่ปุ่น
Subaru แปลว่า ดาวลูกไก่
แต่งโดย Shinji Tanimura ในปี 1987 เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปเที่ยวที่มณฑล Heilongjiang ในประเทศจีน

เรื่องเล่าจาก " ดาวลูกไก่ "   
   chic1.jpg

   คำอธิบาย: ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากเชิงเขา ตากับยายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กันตามลำพัง มีอาชีพเก็บผักและของป่าไปขายพอเลี้ยงชีพได้ ตากับยายเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ออกไข่และฟักออกมาเป็นลุกน้อยๆ น่ารักถึงเจ็ดตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะร้องกุ๊กๆ เรียกลูกออกไปหากิน สอนให้คุ้ยเขี่ยอาหารและแมลงเล็กๆ ตามพื้นดิน บางวันยายก็จะโปรยข้าวสุกเหลือๆ จากก้นหม้อให้กินด้วย แม่ไก่กับลูกๆทั้งเจ็ดมีความสุขมาก และรู้สึกกตัญญูต่อตายายที่เลี้ยงดูพวกตนอย่างเมตตา ส่วนตากับยายนั้นก็เฝ้าดูแม่ไก่และลูกเจี๊ยบน้อยที่คลอเคลียตามแม่ไม่ยอมห่างด้วยความเอ็นดู chic-5.jpg
   
   ::::
ยายตั้งชื่อลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่สุดว่า เจ้า "จิ๋ว"
   "ดูเจ้าจิ๋วสิตา ท่าทางมันขี้อ้อนแม่มันน่าดู" ยายพูด
   วันหนึ่งขณะที่แม่ไก่พาลูกๆ คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อม แม่ไก่รู้สึกมีเงาดำทะมึนแผ่กว้างอยู่บนฟ้า แม่ไก่ตกใจรีบส่งเสียงเรียกลูกมาใกล้ๆ แต่ลูกๆ ก็ไม่ได้ยิน แม่ไก่แหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่กำลังถลาร่อนลงมาจะโฉบเอาเจ้าจิ๋วลูกรัก
   "โอ..แย่แล้ว...กุ๊กๆๆ เจ้าจิ๋วลูกรักวิ่งหนีไปเร็ๆ ลูกๆ วิ่งเร็วๆ" แม่วิ่งผวาไปหาลูก แล้วกางปีกป้องกันลูกรัก เรียกลูกมาซุกใต้ปีกของตัวแล้วพาวิ่งไปหมอบที่กอไผ่อย่างรวดเร็ว ตากับยายได้ยินเสียงลูกไก่ร้องจึงรีบวิ่งออกมาช่วยไล่เหยี่ยวบินหนีไป แม่ไก่และลูกๆ จึงปลอดภัยและยิ่งรักตากับยายมากขึ้น

   chic-2.jpg
   
   ::::::
เย็นวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ริมเชิงเขา ตากับยายจึงเข้าไปนมัสการ และตั้งใจว่าจะทำอาหารไปถวายพรุ่งนี้ แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหาร ในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ตากับยายสงสารพระมากเกรงว่าจะอดอาหาร เพราะในละแวกนี้มีบ้านของตนเพียงหลังเดียว จึงปรึกษากันว่าอาจจะต้องฆ่าแม่ไก่แล้วทำอาหารถวายพระ ทั้งตาและยายรู้สึกเศร้าใจมากด้วยความรักและสงสารแม่ไก่และลูกเจี๊ยบต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้า บังเอิญแม่ไก่แอบได้ยินตากับยายปรึกษากัน จึงตัดสินใจยอมสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย แม่ไก่เรียกลูกๆ มาเล่าเรื่องให้ฟัง และสั่งสอนให้รักกันอย่าทะเลาะกัน เจ้าจิ๋วลูกสุดท้องอย่ากวนใจพี่มากนัก อย่าขี้อ้อนงอแง
   "จำไว้นะลูกๆ ต้องรักกัน สามัคคีกัน อย่าทำให้ตากับยายร้อนใจ

   chic-4.jpg

   คำอธิบาย: "ฮือๆ หนูจะอยู่กับแม่ หนูคิดถึงแม่ แม่อย่าทิ้งลูกๆไปนะจ๊ะ" ลูกไก่ร้องไห้รำพันอย่างน่าสงสาร ทุกตัวต่างกอดซุกอยู่กับอกแม่เป็นครั้งสุดท้าย
   เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เมื่อตากับยายก่อไฟเตรียมประกอบอาหาร ทันใดนั้นตากับยายก็ต้องตกตะลึงจนร้องไม่ออก เมื่อเห็นลูกไก่ทั้งเจ็ดตัววิ่งตามกันกระโดดเข้ากองไฟด้วยความรักแม่ไก่


   
   chic-3.jpg

   ::::::: เทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ความดี ต่างก็ซาบซึ้งในความกตัญญูของแม่ไก่และลูกไก่ จึงรับเอาลูกไก่ทั้งเจ็ดไปอยู่บนฟากฟ้ามีแสงระยิบระยับเป็นประกาย ประกาศถึงความดีที่มีความรักความสามัคคีของพี่น้องทั้งเจ็ดนั่นเอง
   เด็กๆ มักได้ฟังนิทานเรื่อง " ดาวลูกไก่" อยู่เสมอเมื่อมองฟากฟ้ายามปราศจากเมฆฝน ก็จะเห็นดาวลูกไก่ดวงเล็กๆ ที่อยู่กันเป็นกลุ่มส่องแสงระยิบระยับน่าเอ็นดู และมีความเชื่อว่าลูกไก่สละชีวิตตามแม่ไก่ไป


   
   imagesf.jpg
   
   ::::::::
....ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนกันบนถนนสายหนึ่ง..อาจไม่ทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์น้ำตาไหล..ถ้าผู้เคราะห์ร้ายนั้นไม่เป็นแม่-ลูกเล็ก ..เช้าวันหนึ่งมีรถตู้ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตทันที 15 คน อีก18คนบาดเจ็บ ... หนึ่งในผู้รอดชีวิตเป็นเด็กทารกเพศหญิงอายุเพียง 9 เดือน และแม่ของเขา
   หลังเกิดเหตุ2วัน นักข่าวไปเยี่ยมสองแม่ลูกที่ ร. พ. พบเด็กน้อยที่นอนอยู่เตียงข้างๆแม่ที่หมดสติอยู่ได้ร้องไห้ไม่หยุดมาชั่วโมงกว่าแล้ว....นางพยาบาลจับมือที่เย็นเฉียบของหนูน้อยแล้วพูดเบาๆว่า "เด็กคงจะหิวนมแม่ " ผ่านไป2ชั่วโมงดูเหมือนแม่ที่นอนสลบอยู่ได้ถูกเสียงร้องของลูกปลุกให้ตื่นเสียแล้ว...แต่ไม่สามารถพูดหรือขยับเขยื้อนใดๆได้...มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ไหลออกมา...และจากแววตาที่พยายามบอกอะไรสักอย่างกับนักข่าว......เมื่อเห็นว่าเด็กยังร้องไม่หยุด นักข่าวจึงเข้าใจ "สาร" ที่แม่พยายามสื่อให้......นักข่าวจึงค่อยๆอุ้มเด็กไปไว้กับแม่พอเด็กน้อยได้ดูดนมจากอกแม่ที่แสนอบอุ่น ก็หยุดร้องทันที และตอนนี้อาการกระวนกระวายใจของแม่ก็ลดลงด้วย นางพยาบาลและนักข่าวที่มองดูอยู่ ต่างพาร้องไห้ตามๆกัน
   .....เธอ ผู้เป็นแม่และลูกเป็นผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้น...แต่เธอ....เวลานั้นยังอยู่ในขีดอันตราย.....
   เนื่องจากมีเลือดคลั่งในช่องท้องอย่างหนัก ประมาณ 600 ม.ล. และที่ลูกเธอบาดเจ็บไม่มากนักเพราะแม่คอยกั้นลูกไว้ แต่....แม้ความตายยังรอเธออยู่ข้างหน้า มันก็ไม่อาจขวางกั้นความรักของแม่ที่มีต่อลูกได้......
   อีก2วันต่อมา....จึงรู้ว่า...หนูน้อยได้ดื่มนมแม่วันนั้น........เป็นมื้อสุดท้าย
   
        

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ18 มีนาคม 2556 01:22

    น่าสงสารจัง

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ2 มกราคม 2557 02:30

    แล้วเด็กคนนั้นจะอยู่ยังไงน่าสงสารมาก

    ตอบลบ

ยินดีต้อนรับความคิดเห็นดีๆ ติชมบทความตามพอเหมาะ

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น