จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความรู้รอบตัวในประเทศไทยและรอบโลก 155 ข้อ

ความรู้รอบตัวในประเทศไทยและรอบโลก 155 ข้อ


1. ประเทศใดผลิตทองแดงมากที่สุด     (สหรัฐฯ)

2. รัฐบุรุษอาวุโสคนแรกของไทยคือใคร     (นายปรีดี พนมยงค์)

3. ธงไตรรงค์มีใช้ในรัชสมัยใดเป็นครั้งแรก     (รัชกาล ที่ 6)

4. กำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่แทนวันสงกรานต์ในรัชสมัยใดเป็นครั้งแรก   (รัชกาลที่ 8)

5. วรรณคดีเรื่องแรกของอยุธยาคือเรื่องอะไร     (ลิลิตโองการแช่งน้ำ)

6. ชาติใดเป็นชาติแรกที่เดินเรือ     (อียิปต์โบราณ)

7. ระบบงานอุตสาหกรรมเริ่มครั้งแรกในประเทศใด     (อังกฤษ ปลายศตวรรษที่ 18)

8. คัมภีร์แพทย์แผนโบราณมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร     (ประถมจินดา)

9. ถุงลมนิรภัยติดตั้งครั้งแรกกับรถยนต์ยี่ห้อใด     (ไครสเลอร์)

10. กรุงโรมยิ่งใหญ่ในยุคสมัยของใคร     (จูเลียส ซีซาร์)

11. ประเทศใดได้ชื่อจัดการกับขยะดีที่สุดในโลก     (ญี่ปุ่น)

12. ป่าที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือป่าอะไร     (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน)

13. งานวันกาชาดมีครั้งแรกในรัชสมัยใด     (รัชกาลที่ 7)

14. ผู้นำต่อสู้การเหยียดผิวในอเมริกา ได้รางวัลโนเบล ปี 2507 คือใคร     (มาร์ติน ลูเธอร์ คิง)

15. นกไนติงเกล ได้ชื่อว่าร้องเพลงไพเราะ เป็นนกจำพวกไหน     (นกกางเขน)

16. ทำไมสเปนเลือก 12 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันชาติ     (วันที่โคลัมบัสพบทวีปอเมริกาเปรียบเสมือนการค้นพบโลกโหม่)

17. ประเทศใดในยุโรปใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากรัสเซียและฝรั่งเศส     (สเปน)

18. รัฐใดของออสเตรเลียห้ามผู้หญิงขึ้นชกมวย     (นิวเซาท์เวลส์ แคนาดายอมให้ผู้หญิงชกมวยในปี 2534 ปี 2536 สหรัฐฯ ยอมตาม)

19. จังหวัดใดได้ชื่อมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุด     (กระบี่)

20. โรคเอดส์ถูกพบครั้งแรกที่ไหน     (สหรัฐฯ ปี 2521)

21. ชาวซาไกใช้อะไรชุบปลายลูกดอกเพื่อให้เกิดพิษ     (ยางน่อง)

22. ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเมื่อปีไหน     (ปี 2535 เด็กทุกคนได้รับการคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญา)

23. คลองปานามาเป็นอิสระสิ้นสุดการควบคุมของสหรัฐฯ เมื่อใด     (14 ธันวาคม 2542)

24. ใครเป็นนางเอกหนังไทยคนแรก     (เสงี่ยม นาวีเสถียร)

25. ผ้าขะม้าไทยเพี้ยนมาจาก "จาม่า" ซึ่งเป็นผ้าพาดบ่าของชาติใด     (เปอร์เซีย)

26. นางคอราซอน อาคีโน เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศใด     (ฟิลิปปินส์)

27. เทือกเขาแห่งใดยาวที่สุดในโลก     (เทือกเขาแอนดีส)

28. แหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของจีนอยู่ในลุ่มแม่น้ำใด     (แม่น้ำฮวงโห)

29. ประเทศใดกินปลามากที่สุด     (ญี่ปุ่น)

30. เขื่อนแห่งใดใหญ่ที่สุดในภาคใต้     (เขื่อนบางลาง ยะลา)

ความรู้รอบตัวในประเทศไทยและรอบโลก 155 ข้อ

31. ใครสอนเด็กตาพิการของไทยเรียนอักษรเบรลเป็นครั้งแรก     (นางสาวเจนนิเฟอร์ คลอฟิลด์)

32. พุทธเจดีย์ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน     (เจดีย์โบโรบูดูร์ อินโดนีเซีย)

33. อิสราเอลมีพลเมืองนับถือศาสนาใดมากที่สุด     (จูดาอิสม์ หรือยิว)

34. พระสันตะปาปาองค์แรกคืออะไร     (เซนต์ปีเตอร์)

35. ใครซื้อภาพโมนาลิซาเป็นคนแรก     (พระเจ้าฟรานซิสที่1 แห่งฝรั่งเศสพระองค์ใช้ภาพนี้ประดับห้องน้ำ)

36. พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของอินเดียคือพรรคอะไร     (คองเกรส)

37. วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี เป็นวันสำคัญอย่างไรต่อชาวโลก     (วันที่อยู่อาศัยโลก)

38. อัลเฟรดมหาราช เป็นมหาราชองค์เดียวของประเทศใด     (อังกฤษ)

39. ตำนานว่าด้วยกำเนิดมนุษย์ในพระคัมภีร์ไบเบิลอยู่ที่ไหน     (สวนอีเด็น)

40. ใครประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปโกดัก     (ยอร์จ อีสต์แมน)

ความรู้รอบตัวในประเทศไทยและรอบโลก 155 ข้อ

41. ดินแดนของชาวปารสัส ที่แปลว่า "เสือ" คือประเทศใด     (เปอร์เซียหรืออิหร่าน)

42. ดินแดนของชาวปารสัส ที่แปลว่า "เสือ" คือประเทศใด     (เปอร์เซียหรืออิหร่าน)

43. ยุคหินแบ่งเป็น 3 ยุค มียุคอะไร     (ยุคหินเก่า, หินกลาง และหินใหม่)

44. เรือกอและในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่างใช้ประโยชน์อะไร     (เป็นเรือประมง)

45. ราชวงศ์แรกของจีนคือราชวงศ์ใด     (ราชวงศ์เซียะ)

46. แลบลิ้นต้อนรับ ใช้จมูกถูกัน เป็นการทักทายต้อนรับของชาวพื้นเมืองใด     (ชาวเมารี)

47. บ้านเลขที่ 99999 คอร์วาตุนตุริ ฟินแลนด์ เป็นบ้านของใคร     (ซานตาคลอส)

48. ใครค้นพบแกสฮีเลียม, อาร์กอน, นีออน     (เซอร์วิลเลียม แรมซี นักเคมีชาวอังกฤษ)

49. ผู้ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากสเปนและเป็นประธานาธิบดีคนแรกคือใคร     (อีมิลิโอ อะกวินนัลโด)

50. ผลไม้อะไรมีวิตามินซีสูงสุด     (มะขามป้อม)

51. ผักเก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยรู้จักคืออะไร     (ถั่ว)

52. นกแร้งคอนดอร์ นกบินได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอาศัยอยู่แถบไหน     (เทือกเขาแอนดีส)

53. ใครสร้างเครื่องพิมพ์หนังสือเป็นคนแรก     (คูเตนเบิร์ก ชาวเยอรมัน)

54.  ทางหลวงสายแรกของไทยสร้างสมัยใครเป็นนายกรัฐมนตรี     (จอมพล ป. พิบูลสงคราม)

55. ใครคิดสูตรคูณ     (พิธากอรัส นักปรัชญากรีก)

56. ใครตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลังโรงเรียนสตรีแห่งแรกของไทย     (แหม่มเฮ้าส์)

57. แหม่มแตตตูนตั้งโรงเรียนอะไร     (โรงเรียนสำเหร่บอยคริสเตียนสกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกของไทย)

58. แหล่งกำเนิดหอยแครงใหญ่ที่สุดของไทยอยู่ในจังหวัดใด     (เพชรบุรี)

59. ใครเสนอใช้ X เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องหมายคูณ     (วิลเลียม ออกเทร็ด นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ)

60. ชาติ กอบจิตติ ได้รับรางวัลซีไรต์จากหนังสือ 2 เรื่องคือเรื่องอะไร     ("คำพิพากษา" ปี 2525และ "เวลา" ปี 2537)

61. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตที่ประเทศใด     (อังกฤษ)

62. ฟุตบอลสโมสรชิงถ้วยสำคัญของอังกฤษคือถ้วยใบใด     (ถ้วยพรีเมียร์ชิพ)

63. 23 รัฐของสวิตฯ มีเมืองหลวงอยู่ที่รัฐไหน     (เบิร์น)

64. โจเซฟ บีเดนฮาร์น ให้กำเนิดน้ำอัดลมยี่ห้ออะไร     (โคคา-โคล่า)

65. พรานล่าช้างเอางา ล่าหมีเอาอะไร     (ดีหมีใช้เป็นตัวยามีราคาดี)

66. ใครเป็นกวีแห่งชาติคนแรกของรัสเซีย     (พุชกิน)

67. ปลากะโห้ถูกพบครั้งแรกที่ไหน     (ไทย)

68. กาสิโนแห่งเดียวบนแผ่นดินมุสลิมคือที่ใด     (กาสิโนเกนติ้ง มาเลเซีย)

69.  "ลอสเซอร์วาตอเรโรมา" เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวของที่ใด     (สำนักวาติกัน)

ความรู้รอบตัวในประเทศไทยและรอบโลก 155 ข้อ
70. ใครพบน้ำตกวิกตอเรีย     (ลิฟวิ่ง สโตน)

71. การปฎิวัติอุตสาหกรรมเริ่มครั้งแรกในประเทศไหน     (อังกฤษ)

72. ผลผลิตอะไรทำให้เวเนซุเอลารวยที่สุดในประเทศอเมริกาใต้     (น้ำมัน)

73. แม่น้ำโวลกา แม่น้ำสายยาวที่สุดในโลกอยู่ในประเทศใด     (รัสเซีย)

74. เทศกาลดื่มเบียร์ใหญ่ที่สุดในโลกคือเทศกาลอะไร    (ออกโทเบอร์ เฟสต์ นครมิวนิก เยอรมนี)

75. อุทยานแห่งชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่สุดคือแห่งใด     (อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น สระบุรี)

76. นักฟิสิกส์คนแรกของโลกคือใคร     (อคิมีดีส)

77. รูปใครปรากฎบนแสตมป์ดวงแรกของสหรัฐ     (จอร์ช วอชิงตัน)

78. ใครสร้างภาพยนต์การ์ตูนสีสวยเป็นคนแรก     (วอล์ท ดีสนีย์)

79. ทุก ๆ กี่ปีดาวศุกร์จะโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด     (8 ปี)

80. ใครพบวงจรโลหิตเป็นคนแรก     (วิลเลียม ฮาร์วีย์)

81. ชาวเกาหลีเหนือยกย่องใครเป็น "บิดาผู้เป็นอมตะ"     (คิม อิล ซุง)

82. ตำแหน่งสูงสุดของชาวมุสลิมในไทยคือตำแหน่งอะไร     (จุฬาราชมนตรี)

83. โรงเรียนกีฬาแห่งแรกของไทยอยู่ที่ไหน     (วิทยาลัยพลศึกษา สุพรรณบุรี)

84. หมีกรีซลี หมีตัวใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในดินแดนใด     (อเมริกาเหนือ)

85. ธนบัตร มีใช้ครั้งแรกในรัชกาลใด     (รัชกาลที่ 5)

86. มีประกาศใช้พระราชบัญญัตินามสกุลในรัชสมัยใด     (รัชกาลที่ 6)

87. ใครเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน     (ปูยี)

88. เรือพาณิชย์ใช้พลังงานปรมาณูลำแรกของโลกคือเรือลำใด     (ซาแวนนา)

89. การประกวดนางสาวไทยมีครั้งแรกปี 2477 ใช้ชื่อประกวดอะไร     (นางสาวสยาม)

90. จังหวัดภาคอีสานที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ มากที่สุดคือจังหวัดอะไร     (นครพนม)

91. ชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม คือใคร     (แฮรี ซินแคลร์ ลิวอิส)

92. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเล็กที่สุดในโลกคืออะไร     (ค้าวคาวคุณกิตติ)

93. ใครเป็นจักรพรรดิรัสเซียองค์สุดท้าย     (พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2)

94. นาฬิกาแดดที่ใหญ่ที่สุดในโลกคืออะไร     (มหาพิระมิดแห่งคีออปส์ในอียิปต์)

95. เดวิด บุชเนล คิดสร้างอะไร     (เรือดำน้ำ)

96. น้ำพุธรรมชาติสวยที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน     (น้ำพุ เยลโล สโตน สหรัฐฯ)

97. ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติในรัชสมัยใด     (รัชกาลที่ 9)

98. ไทยเป็นเจ้าเหรียญทองครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์นอกบ้านครั้งใด     (ซีเกมส์ ครั้งที่ 20 บรูไน)

99. เซอร์วิลเลียม แรมพบอะไร     (นิเกล)

100. โบสถ์แห่งใดในปารีสที่แปลว่า "แม่ของเรา"     (โบสถ์โนทเทอดัม)

101. เรือกลไฟลำใดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นลำแรก     (เรือซาแวนนา)

102. เมืองใดในคิวบา ที่ทหารเรืออเมริกันรบชนะสเปน     (เมืองซานติอาโก)

103. คนโบราณใช้ต้นไม้อะไรทำกระดาษเขียนหนังสือ     (ต้นปาปิรัส เดิมขึ้นในอียิปต์)

104. ผู้ประกาศข่าวคนแรกแผนกภาษาไทย วิทยุบีบีซีคือใคร     (เสนาะ ตันบุญยืน)

105. กาแฟมีปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดใด     (อ. สวี ชุมพร)

106. สถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซียถูกปล่อยตกลงในมหาสมุทรในปีใด     (ปี 2000)

107. ห้างค้าปลีกแห่งใดใหญ่ที่สุดในโลก     (วอล มาร์ทสโตร์ สหรัฐฯ)

108. ทะเลสาบสุพีเรีย ทะเลสาบใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน     (แคนาดากับสหรัฐฯ)

109. ลิขสิทธิ์หนังสือเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศใด     (อังกฤษ)

110. ใครเป็นคนแรกที่คิดทำฝนเทียมในไทย     (ม.ร.ว. เทพฤทธิ์ เทวกุล)

111. จังหวัดใดปลูกพริกไทยมากที่สุด     (จันทบุรี)

112. "รัทแลนด์" เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดของประเทศใด     (อังกฤษ)

113. โรอัลด์ อะมุนด์เซน ชาวนอร์เวเดินทางไปถึงที่ใดเป็นคนแรก     (ขั้วโลกใต้)

114. ประเทศใดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เกิดไฟป่ามากที่สุด     (อินโดนีเซีย)

115. ตำแหน่ง "ธรรมศาสตราจารย์" คนแรกคือใคร     (ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์)

116. รางรถไฟเส้นทางแรกของโลกสร้างขึ้นที่ประเทศใด     (อังกฤษ)

117. โบราณสถานแห่งใดของไทย อายุเก่าแก่กว่านครวัด     (ปราสาทหินพิมาย)

118. สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของไทย เกิดขึ้นเมื่อใด    (พ.ศ. 2473 โดยพระดำริของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชร อัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม)

119. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อใด    (เปลี่ยนชื่อมาจาก "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ" เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 โดยกรมโฆษณาการ (หรือกรมประชาสัมพันธ์) เป็นผู้ดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน)

120. ทางหลวงแผ่นดิน สายประธานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ ทางหลวงสายใด    (ทางหลวงสายใต้คือ ถนนเพชรเกษม )

121. ทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดของประเทศไทย คือ ทางรถไฟสายใด    ( ทางรถไฟสายใต้ )

122. อุโมงค์รถไฟยาวที่สุดของไทย อยู่ที่ใด    ( อุโมงค์ขุนตาน จังหวัดลำปาง )

123. ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในโลก คือปลาอะไร    ( ปลาบึก )

124. สะพานที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย คือ สะพานใด    ( สะพานติณสูลานนท์ )

125. สะพานขึง ระนาบเดี่ยวในโลกมี 6 แห่ง ที่ใดมีความยาวที่สุดในโลก    ( สะพานพระราม 9 ของไทย )

126. หอประชุมใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือ หอประชุมแห่งใด (ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ )

127. นวนิยายไทยเรื่องใด ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากที่สุด     ("ไผ่แดง" จากบทประพันธ์ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช )

128. ผลงานการเขียนหนังสือและงานประพันธ์ของคนไทยผู้ได้ ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศอกเผยแพร่มากที่สุด    ( ผลงานเขียนของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ ท่านพุทธทาสภิกขุ วัดธานน้ำไหล สวนโมกขพลาราม )

129. หนังสือพิมพ์ของไทยฉบับใด มีอายุยืนยาวนานที่สุดจนถึงปัจจุบัน (หนังสือราชกิจจานุเบกษา)

130. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของไทยแห่งใดมี "ทับหลัง" แสดงไว้มากที่สุดในประเทศไทย  

131. (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ริมแม่น้ำมูล อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา )

132. พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในโลก และมีค่ามหาศาลคือพระพุทธรูปงค์ใด    (พระสุโขทัยไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม    กรุงเทพมหานคร )

133.  พระพุทธไสยาสน์ หรือพระพุทธรูปนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยคือองค์ใด     (พระพุทธไสยาสน์ดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) )

134. ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่จังหวัดใด     ( ตู้ไปรษณีย์ของอำเภอเบตง มุมถนนสุขยางค์ จังหวัดยะลา )

135. พระพุทธรูปหล่อโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่วัดใด     ( พระพุทธโคดม วัดไผ่โรงวัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี )

136. พระยืนที่สูงที่สุดในโลก คือ พระพุทธรูปองค์ใด     ( พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี ประดิษฐานอยู่ที่ วัดบูรพาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด )

137. ใครเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด     ( จอมพล ป. พิบูลสงคราม )

138. นายกรัฐมนตรีไทยคนใด อยู่ในตำแหน่งระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 17 วัน (นายทวี บุณยเกตุ)

139. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2445 )

140. สมาคมกีฬาไทย ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อใด    (จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ.2475โดยใช้ชื่อว่า "สมาคมกีฬาสยาม" )

141. รถยนต์คันแรกที่ประกอบโดยคนไทย คือ รถยนต์คันใด     ( รถยนต์ชื่อ "เลื่อนคาร์"

142. เป็นรถยนต์ตัวถังไม้สักหุ้มอลูมิเนียม ใช้เครื่องยนต์มอเตอร์ไซด์ 2 แรง คล้ายรถจิ๊ปแลนด์โรเวอร์ประดิษฐ์โดย นายเลื่อน พงษ์โสภณ ในปี พ.ศ. 2497 นั่งได้ 4 คน )

143. นวนิยายเรื่องแรกของไทย คือเรื่องใด เกิดขึ้น เมื่อใด     ( "ความพยายาม" เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6ดยแปลจากเรื่อง Vendelta ของ Mary Crelli ผู้แปลคือพระยาสุรินทรราชาซึ่งใช้นามปากกาว่า"แม่วัน")

144. เรื่อดำน้ำของไทยลำแรก มีชื่อว่าอย่างไร และมีขึ้นในสมัยใด  ( ในสมัยราชกาลที่ 7 โดยสั่งซื้อ

145. จากบริษัทมิตซุยแห่งญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2479 จำนวน 2 ลำ ได้ตั้งชื่อว่า เรือหลวงมัจฉานุ และเรือหลวงวิรุฬ )

146.  ฝาแฝดลำตัวติดกันคู่แรกของโลกเป็นชาวไทย มีชื่อว่าอย่างไร     ( ชื่อ อิน-จัน เป็นชาวจังหวัด

147. สมุทรสงคราม เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354 )

148. กิจการสหกรณ์ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อใด     ( ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จ

149. พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 )

150. สะพานแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำโขง คือ สะพานใด     ( สะพานมิตรภาพไทย-ลาวระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครเวียงจันทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 )

153. ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก คือเรื่องใด สร้างสมัยใด     (ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก คือ นางสาวสุวรรณ สร้างโดย นาวเฮนรี แมคเรย์ ชาวอเมริกัน ในสมัยรัชกาลที่ 6 )

154. โทรศัพท์เริ่มใช้เครื่องแรกในประเทศไทยเมื่อใด     ( ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2424 )

155. สายโทรเลขสายแรกของประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อใด     ( สายโทรเลขสายแรก คือ สายกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ในปี พ.ศ. 2418 ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 5 )

เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ความสำคัญของวัฒนธรรมไทย

เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย
โขน เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
  เอกลักษณ์หรือลักษณะประจำชาติ ในทางวิชาการมีความหมาย
         2 ประการ คือ ประการแรก หมายถึง ลักษณะที่เป็นอุดมคติซึ่งสังคมต้องการให้คนในสังคมนั้น ยึดมั่นเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เป็นลักษณะที่สังคมเห็นว่าเป็นสิ่งดีงามและให้การเทิดทูนยกย่อง อีกประการหนึ่ง หมายถึง ลักษณะนิสัยที่คนทั่วไปในสังคมนั้นแสดงออกในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ในการทำงานการพักผ่อนหย่อนใจ การติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น และในการดำเนินชีวิตทั่วไปในสังคมเป็นลักษณะนิสัยที่พบในคนส่วนนใหญ่ของประเทศ และส่วนมากมักจะแสดงออกโดยไม่รู้ตัวเพราะเป็นเรื่องของความเคยชินที่ปฏิบัติกันมาอย่างนั้น

 เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยที่เด่น ๆ มีดังนี้

(1) ความรักอิสรภาพหรือความเป็นไท คนไทยมีลักษณะนิสัยไม่ต้องการอยู่ในอำนาจบังคับของผู้อื่น ไม่ชอบการควบคุมเข้มงวด ไม่ชอบการกดขี่หรือให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวสั่งการในรายละเอียดในการทำงานและการดำเนินชีวิตส่วนตัว คนไทยเป็นคนที่หยิ่งและรักศักดิ์ศรีของตนเอง การบังคับน้ำใจกันหรือฝ่าฝืนความรู้สึกของกันและกันถือว่าเป็นสิ่งไม่ควรทำ

(2) การย้ำการเป็นตัวของตัวเองหรือปัจเจกบุคคลนิยม คือ การให้คุณค่าในความเป็นตัวของตัวเอง ความนิยมนี้ส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลของพุทธศาสนาซึ่งย้ำความสำคัญของตัวบุคคลเป็นพิเศษ ถือว่าบุคคลจะเป็นอย่างไรย่อมแล้วแต่กรรมของบุคคลนั้นในอดีต การย้ำสอนให้พึ่งตนเอง ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ส่วนการที่จะดีหรือชั่วนั้นอยู่ที่การกระทำของตนเองมิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด

(3) ความรู้สึกมักน้อย สันโดษ และพอใจในสิ่งที่มีอยู่ คนไทยไม่มีความดิ้นรนทะเยอทะยานที่จะเอาอย่างคนอื่น ถือเสียว่าความสำเร็จของแต่ละคนเป็นเรื่องของบุญวาสนา ทุกคนอาจมีความสุขได้เท่าเทียมกันทั้งนั้น เพราะเป็นเรื่องภายในใจ

(4) การทำบุญและการประกอบการกุศล คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อในเรื่องกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด จึงมักนิยมทำบุญและประกอบการกุศลโดยทั่วไป โดยถือว่าเป็นความสุขทางใจและเป็นการสะสมกุศลกรรมในปัจจุบันเพื่อหวังจะได้รับผลประโยชน์ในอนาคต

(5) การย้ำการหาความสุขจากชีวิต คนไทยมองชีวิตในแง่สวยงาม ความกลมกลืนและพยายามหาความสุขจากโลก ซึ่งตรงกันข้ามกับชาวตะวันตกที่มักจะมองชีวิตในแง่ของความขัดแย้งระหว่างอำนาจฝ่ายต่ำในร่างกายมนุษย์และอนาจฝ่ายสูง ซึ่งได้แก่ ศีลธรรมและความรับผิดชอบในใจคนไทยจึงไม่มีความขัดแย้งในใจเกี่ยวกับการปล่อยตนหาความสำราญ เพราะถือว่าอยู่ในธรรมชาติมนุษย์

(6) การย้ำการเคารพเชื่อฟังอำนาจ คนไทยนิยมการแสดงความนอบน้อมและเคารพ บุคคลผู้มีอำนาจความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นไปตามแบบพิธีซึ่งแสดงฐานะสูงต่ำของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

(7) การย้ำความสุภาพอ่อนโยนและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คนไทยเป็นมิตรกับทุกคนและมืชื่อเสีงในการต้อนรับ คนไทยนิยมความจริงและช่วยเหลือกันในการมีความสัมพันธระหว่างกันและไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่น มีความเมตตาสงสารไม่ซ้ำเติมผู้แพ้ ถือเป็นคุณธรรมสำคัญยิ่งของคนไทย

(8) ความโอ่อ่า ลักษณะนี้สืบเนื่องมาจากความเชื่อมั่นและหยิ่งในเกียรติของตนเอง คนไทยนั้นถึงแม้ภายนอกจะดูฐานะต่ำ แต่ในใจจริงเต็มใจยอมรับว่าตัวเองต่ำกว่าผู้อื่น ถือว่าตัวเองมีความสามารถเท่าเทียมกับผู้อื่นถ้าตนมีโอกาสเช่ยเดียวกัน คนไทยไม่ยอมให้มีการดูถูกกันง่าย ๆ และถือว่าตนมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้อื่นในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

ลักษณะที่กล่าวมานี้มักจะพบเห็นในพฤติกรรมและบุคลิกภาพของคนไทยลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมไทยและประสบการณ์ที่คล้าย ๆ กัน ทำให้คนไทยมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน



ความสำคัญของวัฒนธรรมไทย ความสำคัญของวัฒนธรรมไทยอาจสรุปได้ดังนี้

(1) วัฒนธรรมเป็นเครื่องสร้างระเบียบแก่สังคมมนุษย์ วัฒนธรรมไทยเป็นเครื่องกำหนดพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมไทย ให้มีระเบียบแบบแผนที่ชัดเจนรวมถึงบผลของการแสดงพฤติกรรมตลอดจนถึงการสร้างแบบแผนของความคิด ความเชื่อและค่านิยมของสมาชิกให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน

(2) วัฒนธรรมทำให้เกิดความสามัคคีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สังคมที่มีวัฒนธรรมเดียวกันย่อมจะมีความรู้สึกผูกพันเดียวกัน เกิดความเป็นปึกแผ่น จงรักภักดีและอุทิศตนให้กับสังคมทำให้สังคมอยู่รอด

(3) วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดรูปแบบของสถาบัน เช่น รูปแบบของครอบครัวจะเห็นได้ว่าลักษณะของครอบครัวแต่ละสังคมต่างกันไป ทั้งนี้เนื่องจากวัฒนธรรมในสังคมเป็นตัวกำหนดรูปแบบ เช่น วัฒนธรรมไทยกำหนดเป็นแบบสามีภรรยาเดียว ในอีกสังคมหนึ่งกำหนดว่าชายอาจมีภรรยาได้หลายคน หรือหญิงอาจมีสามีได้หลายคน ความสัทพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงานเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นเรื่องขัดต่อศีลธรรม

(4) วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหา และสนองความต้องการของมนุษย์ มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตภายใต้สิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นมนุษย์ต้องแสวงหความรู้จากประสบการณ์ที่ตนได้รับการประดิษฐ์คิดค้นวิธีการใช้ทรัพยากรนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตและถ่ายทอดจากสมาชิกรุ่นหนึ่งไปสู่สมาชิกรุ่นต่อไปได้โดยวัฒนธรรมของสังคม

(5) วัฒนธรรมช่วยให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า หากสังคมใดมีวัฒนธรรมที่ดีงามเหมาะสม เช่น ความมีระเบียบวินัย ขยัน ประหยัด อดทน การเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เป็นต้น สังคมนั้นย่อมจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

(6) วัฒนธรรมเป็นเครื่องแสดงเอกลักษณ์ของชาติ คำว่า เอกลักษณ์ หมายถึง ลักษณะพิเศษหรือลักษณะเด่นของบุคคลหรือสังคม ที่แสดงว่าสังคมหนึ่งแตกต่างไปจากอีกสังคมหนึ่ง เช่น วัฒนธรรมการพบปะกันในสังคมไทย จะมีการยกมือไหว้กันแต่ในสังคมญี่ปุ่น

ประวัติความเป็นมา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา

      ระหว่างเทศกาลเข้าพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนนิยมไปวัด ถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญจิตภาวนา ซึ่งเป็นการเว้นจากการกระทำความชั่ว บำเพ็ญความดีและชำระจิตให้สะอาดแจ่มใสเคร่งครัดยิ่งขึ้น หลักธรรมสำคัญที่ควรนำไปเป็นแนวปฏิบัติในวันเข้าพรรษาคือ วิรัติ 3”

คำว่า วิรัติ หมายถึง การงดเว้นจากบาป และความชั่วต่าง ๆ จัดเป็นมงคลธรรมข้อหนึ่ง เป็นเหตุนำบุคคลผู้ปฏิบัติตามไปสู่ความสงบสุขปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป จำแนกออกเป็น 3 ประการคือ

1. สัมปัตตวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยเกิดความรู้สึกละอาย (หิริ) และเกิดความรู้สึกเกรงกลัวบาป (โอตตัปปะ) ขึ้นมาเอง เช่น บุคคลที่มิได้สมาทานศีลไว้เลยเมื่อถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา ก็ไม่ยอมดื่มเพราะละอาย และเกรงกลัวต่อบาปว่าไม่ควรที่ชาวพุทธจะกระทำเช่นนั้นในระหว่างพรรษา เป็นต้น

2. สมาทานวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยการสมาทานศีล 5 หรือศีล 8 จากพระสงฆ์โดยเพียรพยายามระมัดระวังไม่ทำให้ศีลขาดหรือด่างพร้อย แม้มีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้าก็ไม่หวั่นไหว หรือเอนเอียง

3. สมุจเฉทวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดโดยตรงเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้า ถึงกระนั้น สมุจเฉทวิรัติ อาจนำมาประยุกต์ใช้กับบุคคลผู้งดเว้นบาปความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ในระหว่างพรรษากาลแล้ว แม้ออกพรรษาแล้วก็มิกลับไปกระทำหรือข้องแวะอีก

การปฏิบัติตามหลักของการงดเว้น (วิรัติ) นั้นหากบุคคลปฏิบัติตามหลักของสมุจเฉทวิรัติ นั่นคือการงดเว้นจากบาป และอบายมุขได้อย่างเด็ดขาด ไม่จำเป็นจะต้องงดเว้นได้เฉพาะในช่วงเข้าพรรษา แต่สามารถงดเว้นได้ตลอดชีวิต จะก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสงบสุข และส่งผลต่อสังคมสงบสุขไปด้วย

          
       วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า จำพรรษา ("พรรษา" แปลว่า ฤดูฝน, "จำ" แปลว่า พักอยู่) พิธีเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม[1] การเข้าพรรษาตามปกติเริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี (หรือเดือน 8 หลัง ถ้ามีเดือน 8 สองหน) และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา

วันเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8) หรือเทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ถือได้ว่าเป็นวันและช่วงเทศกาลทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญเทศกาลหนึ่งในประเทศไทย โดยมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน โดยวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั้งพระมหากษัตริย์และคนทั่วไปได้สืบทอดประเพณีปฏิบัติการทำบุญในวันเข้าพรรษามาช้านานแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย

สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการจำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด 3 เดือนแก่พระสงฆ์นั้น มีเหตุผลเพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาจำพรรษาตลอด 3 เดือนนั้น เป็นช่วงเวลาและโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกันภายในอาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วย

ในวันเข้าพรรษาและช่วงฤดูพรรษากาลตลอดทั้ง 3 เดือน พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะบำเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งสิ่งที่พิเศษจากวันสำคัญอื่น ๆ คือ มีการถวายหลอดไฟหรือเทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน (ผ้าวัสสิกสาฏก) แก่พระสงฆ์ด้วย เพื่อสำหรับให้พระสงฆ์ได้ใช้สำหรับการอยู่จำพรรษา โดยในอดีต ชายไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนเมื่ออายุครบบวช (20 ปี) จะนิยมถือบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์เพื่ออยู่จำพรรษาตลอดฤดูพรรษากาลทั้ง 3 เดือน โดยพุทธศาสนิกชนไทยจะเรียกการบรรพชาอุปสมบทเพื่อจำพรรษาตลอดพรรษากาลว่า "บวชเอาพรรษา"

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็น "วันงดดื่มสุราแห่งชาติ"[2] โดยในปีถัดมา ยังได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วราชอาณาจักร[3] ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ชาวไทยตั้งสัจจะอธิษฐานงดการดื่มสุราในวันเข้าพรรษาและในช่วง 3 เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีให้แก่สังคมไทย[4]
สำหรับในปี พ.ศ. 2554 นี้ วันเข้าพรรษาจะตรงกับ วันเสาร์ ที่16 กรกฎาคม ตามปฏิทินสุริยคติ


ทุ่งนา ทุ่งข้าว ทุ่งหญ้า ที่มีสัตว์อาศัยอยู่

ความสำคัญและประโยชน์ของการเข้าพรรษา

  ช่วงเข้าพรรษานั้นเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่นา ดังนั้นการกำหนดให้ภิกษุสงฆ์หยุดการเดินทางจาริกไปในสถานที่ต่างๆ ก็จะช่วยให้พันธุ์พืชของต้นกล้า หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อย ไม่ได้รับความเสียหายจากการเดินธุดงค์
หลังจากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลา 8 - 9 เดือน ช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงที่ให้พระภิกษุสงฆ์ได้หยุดพักผ่อน
เป็นเวลาที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมสำหรับตนเอง และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตลอดจนเตรียมการสั่งสอนให้กับประชาชนเมื่อถึง วันออกพรรษา
เพื่อจะได้มีโอกาสอบรมสั่งสอนและบวชให้กับกุลบุตรผู้มีอายุครบบวช อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป
เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลเป็นการพิเศษ เช่น การทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม งดเว้นอบายมุข และมีโอกาสได้ฟังพระธรรมเทศนาตลอดเวลาเข้าพรรษา




มูลเหตุที่พระพุทธเจ้าอนุญาตการจำพรรษาแก่พระสงฆ์
ในสมัยก่อน การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในฤดูฝน มีความยากลำบาก และเป็นช่วงฤดูทำไร่นาของชาวบ้าน พระพุทธเจ้าจึงวางระเบียบให้พระสงฆ์หยุดการเดินทางเพื่อประจำอยู่ ณ สถานที่ใดที่หนึ่งในช่วงฤดูฝนในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงวางระเบียบเรื่องการเข้าพรรษาไว้ แต่การเข้าพรรษานั้นเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์และพระสงฆ์สาวกปฏิบัติกันมาโดยปกติเนื่องด้วยพุทธจริยาวัตรในอันที่จะไม่ออกไปจาริกตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว เพราะการคมนาคมมีความลำบาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ในช่วงต้นพุทธกาลมีจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นพระอริยะบุคคล จึงทราบดีว่าสิ่งใดที่พระสงฆ์ควรหรือไม่ควรกระทำ

ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น และด้วยพระพุทธจริยาที่พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติพระวินัยล่วงหน้า ทำให้พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรงบัญญัติเรื่องให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษาไว้ด้วย จึงเกิดเหตุการณ์กลุ่มพระสงฆ์ฉัพพัคคีย์พากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือนดังกล่าว[5]




การเข้าพรรษาของพระสงฆ์ตามพระวินัยปิฎกตามพระวินัย พระสงฆ์รูปใดไม่เข้าจำพรรษาอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงปรับอาบัติแก่พระสงฆ์รูปนั้นด้วยอาบัติทุกกฏ[6]

และพระสงฆ์ที่อธิษฐานรับคำเข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่ถ้าหากเดินทางออกไปแล้วและไม่สามารถกลับมาในเวลาที่กำหนด คือ ก่อนรุ่งสว่าง ก็จะถือว่าพระภิกษุรูปนั้น"ขาดพรรษา" และต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำนั้น รวมทั้งพระสงฆ์รูปนั้นจะไม่ได้รับอานิสงส์พรรษา ไม่ได้อานิสงส์กฐินตามพระวินัย และทั้งยังห้ามไม่ให้นับพรรษาที่ขาดนั้นอีกด้วย[7]

[แก้] ประเภทของการเข้าพรรษาของพระสงฆ์การเข้าพรรษาตามพระวินัยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท [8][9] คือ

ปุริมพรรษา (เขียนอีกอย่างว่า บุริมพรรษา) คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน จะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐินซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในกรณีที่พระภิกษุต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไม่ทัน ต้องรอไปเข้าพรรษาหลัง คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ดังนั้นพระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเช่นเดียวกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเหมือนกัน


ข้อยกเว้นการจำพรรษาของพระสงฆ์แม้การเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระภิกษุโดยตรง ที่จะละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม[10] แต่ว่าในการจำพรรษาของพระสงฆ์ในระหว่างพรรษานั้น อาจมีกรณีจำเป็นบางอย่าง ทำให้พระภิกษุผู้จำพรรษาต้องออกจากสถานที่จำพรรษาเพื่อไปค้างที่อื่น พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้ทำได้โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษาโดยมีเหตุจำเป็นเฉพาะกรณี ๆ ไป ตามที่ทรงระบุไว้ในพระไตรปิฎก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการพระศาสนาหรือการอุปัฏฐานบิดามารดา แต่ทั้งนี้ก็จะต้องกลับมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน การออกนอกที่จำพรรษาล่วงวันเช่นนี้เรียกว่า "สัตตาหกรณียะ" ซึ่งเหตุที่ทรงระบุว่าจะออกจากที่จำพรรษาไปได้ชั่วคราวนั้นเช่น

การไปรักษาพยาบาล หาอาหารให้ภิกษุหรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย เป็นต้น กรณีนี้ทำได้กับสหธรรมิก 5 และมารดาบิดา
การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้ กรณีนี้ทำได้กับสหธรรมิก 5
การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด หรือ การไปทำสังฆกรรม เช่น สวดญัตติจตุตถกรรมวาจาให้พระผู้ต้องการอยู่ปริวาส เป็นต้น
หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปให้ทายกได้ให้ทาน รับศีล ฟังเทสนาธรรมได้ กรณีนี้หากโยมไม่มานิมนต์ ก็จะไปค้างไม่ได้.
ซึ่งหากพระสงฆ์ออกจากอาวาสแม้โดยสัตตาหกรณียะล่วงกำหนด 7 วันตามพระวินัย ก็ถือว่า ขาดพรรษา และเป็นอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ (รับคำอธิษฐานเข้าพรรษาแต่ทำไม่ได้)

ในกรณีที่พระสงฆ์สัตตาหกรณียะและกลับมาตามกำหนดแล้ว ไม่ถือว่าเป็นอาบัติ และสามารถกลับมาจำพรรษาต่อเนื่องไปได้ และหากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องออกจากที่จำพรรษาไปได้ตามวินัยอีก ก็สามารถทำได้โดยสัตตาหกรณียะ แต่ต้องกลับมาภายในเจ็ดวัน เพื่อไม่ให้พรรษาขาดและไม่เป็นอาบัติทุกกฏดังกล่าวแล้ว

อานิสงส์การจำพรรษาของพระสงฆ์ที่จำครบพรรษา
เมื่อพระสงฆ์จำพรรษาครบไตรมาสได้ปวารณาออกพรรษาและได้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้รับอานิสงส์ หรือข้อยกเว้นพระวินัย 5 ข้อ[11] คือ

เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา (ออกจากวัดไปโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปอื่นก่อนได้)
เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ 3 ผืน
ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงฉันได้)
เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา (ยกเว้นสิกขาบทข้อนิสสัคคิยปาจิตตีย์บางข้อ)
จีวรลาภอันเกิดในที่นั้นเป็นของภิกษุ (เมื่อมีผู้มาถวายจีวรเกินกว่าไตรครองสามารถเก็บไว้ได้โดยไม่ต้องสละเข้ากองกลาง)
โดย ทองพริก วิกิพิเดีย
(เพิ่มเติมได้ที่วิกิพิเดีย เนื้อหาสาระเพียบละเอียด)

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น