จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

นิทานสั้นแง่คิดสอนใจ ตากับยายปลูกถั่วปลูกงา ให้หลานเฝ้า

นิทานสั้นแง่คิดสอนใจ  ตากับยายปลูกถั่วปลูกงา
    
    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มียายกับตาปลูกถั่วปลูกงาอยู่บนเชิงเขา  วันหนึ่งตากับยายต้องไปตลาดจึงฝากถั่วฝากงาเจ็ดทะนานให้หลานเฝ้า  แต่ด้วยความเป็นเด็ก  หลานจึงไม่เฝ้าเอาแต่เล่นและนอนหลับ  กาจึงมากินถั่วกินงาเจ็ดทะนานจนหมด  ยายกลับมายายก็ด่า  ตามาตาก็ตี  หลานร้องไห้ด้วยความเจ็บที่โดนตาตี  คิดโทษพวกอีกาที่มากินถั่วกินงาจนหมด  ทำให้ตนถูกตี  จะต้องหาคนมาจัดการกับพวกอีกาให้ได้ 

อีกากินถั่วกินงา นายพรานช่วยหน่อย
             
 หลานจึงวิ่งร้องไห้ไปหานายพรานขอให้ช่วยไปยิงอีกาให้ที  เพราะอีกามากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  ตนจึงโดนยายด่าและโดนตาตี  นายพรานได้ฟังแล้วจึงตอบว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาหนู  ขอให้หนูช่วยไปกัดสายธนูของนายพรานให้ขาด  เพราะนายพรานไม่ช่วยไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  หนูได้ฟังแล้วจึงตอบว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาแมว  ขอให้แมวช่วยไปกัดหนูให้ที  เพราะหนูไม่ช่วยไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ช่วยไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  แมวได้ฟังแล้วก็ตอบว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาหมา  ขอให้หมาช่วยไปกัดแมว  เพราะแมวไม่ยอมไปกัดหนู  หนูไม่ไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  หมาได้ฟังแล้วก็ตอบเหมือนกันว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาค้อนให้ช่วยทุบหัวหมา  เพราะหมาไม่ยอมไปกัดแมว  แมวไม่ยอมไปกัดหนู  หนูไม่ยอมไปกัดสานธนูของนายพราน  นายพรานไม่ยอมไปยิงอีกา  เพราะอีกามากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  ค้อนได้ฟังแล้วก็ตอบไปว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาไฟให้ช่วยไหม้ค้อน  เพราะค้อนไม่ยอมไปทุบหัวหมา  หมาไม่ยอมไปกัดแมว  แมวไม่ยอมไปกัดหนู  หนูไม่ยอมไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ยอมไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  ไฟได้ฟังก็ตอบไปว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไปอีก  หลานจึงไปหาน้ำให้ช่วยดับไฟ  เพราะไฟไม่ไปไหม้ค้อน  ค้อนไม่ยอมไปทุบหัวหมา  หมาไม่ยอมไปกัดแมว  แมวไม่ยอมไปกัดหนู  หนูไม่ยอมไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ยอมไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  น้ำได้ฟังแล้วก็ตอบไปว่า  “มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาตลิ่งให้มาพังทับน้ำ  เพราะน้ำไม่ยอมไปราดรดไฟ  ไฟไม่ยอมไปไหม้ค้อน  ค้อนไม่ยอมไปทุบหัวหมา  หมาไม่ยอมไปกัดแมว  แมวไม่ยอมไปกัดหนู  หนูไม่ยอมไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ยอมไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  ตลิ่งได้ฟังแล้วก็ตอบว่า  ”มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไป  หลานจึงไปหาช้างให้ช่วยมาถล่มตลิ่ง  เพราะตลิ่งไม่พังทับน้ำ  น้ำไม่ไปดับไฟ  ไฟไม่ไปไหม้ค้อน  ค้อนไม่ไปทุบหัวหมา  หมาไม่ไปกัดแมว  แมวไม่ไปกัดหนู  หนูไม่ไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด  ช้างได้ฟังแล้วก็ตอบว่า  ”มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าสักหน่อย”  หลานจึงเดินร้องไห้ต่อไปอีก  หลานจึงไปหาแมลงหวี่ให้ช่วยไปตอมตาช้าง  เพราะช้างไม่ช่วยถล่มตลิ่งไม่พังทับน้ำ  น้ำไม่ช่วยไปดับไฟ  ไฟไม่ไปไหม้ค้อน  ค้อนไม่ไปทุบหัวหมา  หมาไม่ไปกัดแมว  แมวไม่ไปกัดหนู  หนูไม่ไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานไม่ไปยิงอีกาที่มากินถั่วกินงาของยายกับตาจนหมด 

          แมลงหวี่ได้ฟังแล้วก็ตอบว่า  “พวกเราจะช่วยไปตอมตาช้างให้เอง  ของชอบอยู่แล้ว  กำลังอยู่ว่าง ๆ จะตอมตาช้างให้เน่าทั้งสองข้างเลย”  ช้างเห็นดังนั้นแล้วตกใจกลัว  จึงรีบไปถล่มตลิ่ง  ตลิ่งก็กลัวช้างจึงรีบไปพังทับน้ำ  น้ำก็กลัวตลิ่งพังจึงรีบไปดับไฟ  ไฟก็กลัวน้ำจึงรีบไปไหม้ค้อน  ค้อนก็กลัวไฟจึงรีบไปทุบหัวหมา  หมาก็กลัวค้อนจึงรีบไปกัดแมว  แมวก็กลัวหมาจึงรีบไปกัดหนู  หนูก็กลัวแมวจึงรีบไปกัดสายธนูของนายพราน  นายพรานกลัวหนูมากัดสายธนูจึงรีบไปยิงอีกา  อีกากลัวจะถูกนายพรานยิงจึงรีบเอาถั่วเอางามาคืน  หลานก็เอาถั่วเอางาไปคืนให้ยายกับตา  ยายก็เลิกด่า  ตาก็เลิกตีหลานตั้งแต่นั้นมา
 จาหหนังสือ
อนุสร   รอดสุข.  (2550).  20 นิทานพื้นบ้านแสนสนุก.  กรุงเทพมหานคร :  สิปประภา.



 อีกส่วนในเเง่ธรรมมะของสวนโมกข์
นิทานเรื่องนี้เป็นอุบายในเบื้องโบราณที่สั่งสอนเรื่องคติธรรม โดยเฉพาะ “อิทัปปัจจยตา” และ การดูแลสภาวะจิต

 “อิทัปปัจจยตา” เป็นหลักการทางพุทธศาสนากล่าวถึงความเกี่ยวเนื่องกันของเหตุและผล เมื่อมีเหตุย่อมมีผล และเมื่อเหตุดับผลก็ดับ คือเมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้ย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้นเมื่อสิ่งนี้ ไม่มีสิ่งนี้ย่อมไม่มีเพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป

 อธิบายในรูปแบบปรัชญา ใช้อธิบายสิ่งต่างๆแบบเชื่อมโยง เช่น เสาเป็นปัจจัยของหลังคา ถ้าไม่มีเสา หลังคาก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีหลังคา เสาก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งเสาและหลังคาเป็นปัจจัยของกันและกัน คือ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาลอยๆโดยไม่มีเหตุผล
บางเหตุการณ์ประกอบด้วยหลายเหตุปัจจัย เช่น ร้องไห้เพราะเจ็บ เจ็บเพราะหัวแตก หัวแตกเพราะหกล้ม หกล้มเพราะถนนลื่น ถนนลื่นเพราะฝนตก

 แต่เมื่อผันแปรมาเป็นนิทาน ย่อมมีการแต่งเติมรายละเอียดและรสชาติให้แตกต่างกันไป

 ๑. ยายกับตา ยายกับตา ปลูกถั่วปลูกงา ประสายากจน
ยังมีหลานชาย วุ่นวายซุกซน ตายายจำทน พร่ำบ่นอุ้มชู

 ๒. วันหนึ่งตายาย จะไปในเมือง แต่ยังมีเรื่อง ที่เป็นห่วงอยู่
ถั่วงาสุกงาม เหลืองอร่ามน่าดู กาอาจโจมจู่ จิกกินสิ้นไป

 ๓. เรียกหลานมาสั่ง คอยระวังกา หากเผลอแล้วหนา ลักถั่วงาได้
จะตีจะด่า กลับมาเมื่อไร จงจำคำไว้ เหลวไหลไม่ดี

 ๔. เจ้าหลานจอมซน ไม่สนคำเตือน มัวเที่ยวแชเชือน เล่นโน่นเล่นนี่
อีกาบินมา ลักถัวงาที่- นาตายายนี้ เจ็ดเม็ดเจ็ดทะนาน

 ๕. เมื่อหลานรู้ความ นึกคร้ามคำสั่ง ให้คอยระวัง อีการังควาน
ตายายคงกลับ มาอีกไม่นาน ไม่แคล้วโดนอาน หวาดหวั่นอุรา

 ๖. ไปหานายพราน ไหว้วานขอร้อง เล่าเรื่องขัดข้อง ช่วยฉันเถิดหนา
โปรดเอาหน้าไม้ ไปยิงอีกา ยายมายายด่า ตามาตาตี

๗. นายพรานได้ฟัง กลับนั่งเมินเฉย เจ้าเด็กซนเอ๋ย เรื่องทั้งหมดนี้
ไม่เกี่ยวกับข้า ธุระใช่ที่ อย่าได้ถือดี จู้จี้กวนใจ

 ๘. ไปหาหนูน้อย ไขถ้อยร้อยเรื่อง ที่แสนขุ่นเคือง กากับพรานใหญ่
หนูเอ๋ยจงช่วย กัดสายหน้าไม้ ของพรานใจร้าย จะได้ช่วยเรา

 ๙. หนูน้อยได้ฟัง ความหลังของหลาน ให้แสนรำคาญ ไขขานเรื่องเล่าข้าไม่อยากยุ่ง นังนุงเหนื่อยเปล่า กลับไปเถิดเจ้า แล้วหนีเข้ารู

 ๑๐. ไปหาเจ้าแมว แล้วเล่าเรื่องขม ที่ต้องตรอมตรม ระทมเพราะหนู
จงช่วยจับกิน ให้สิ้นทั้งหมู่ แมวเหลือบตาดู แล้วเมินเดินไป

 ๑๑. ไปหาเจ้าหมา ช่วยกัดแมวด้วย หาไม่คงม้วย เพราะมีเรื่องใหญ่
บอกเล่าความหลัง ทั้งหมดนั่นไซร้ หมานอนหลับไหล ไม่ยลไม่ยิน

๑๒. ไปหาเจ้าฆ้อน โปรดยอนหูหมา ช่วยฉันเถิดหนา ยอนหมาให้ดิ้น
เล่าเรื่องผ่านมา น้ำตาไหลริน ฆ้อนใหญ่ใบ้กิน ไม่ตอบไม่ตาม

๑๓. ไปหาเปลวไฟ ช่วยไหม้ฆ้อนเถิด หาไม่จักเกิด เรื่องร้ายล้นหลาม
แล้วเล่าคดี ที่มาถ้อยความ ไฟลุกวาววาม ไม่เหลียวไม่แล

 ๑๔. ไปหาแม่น้ำ ดับไฟให้ที อับจนเหลือที่ ชีวีท้อแท้
หากน้ำไม่ช่วย คงม้วยเป็นแน่ น้ำไม่แยแส ไม่พูดไม่จา

๑๕. ไปหาตลิ่งดิน ช่วยทับแม่น้ำ ทุกข์ร้อนเหลือล้ำ กรรมซ้ำเติมมา
ตลิ่งนิ่งเงียบงัน ไม่ขานตอบว่า หลานเศร้าอุรา น้ำตาพร่างพราย

๑๖. ไปหาช้างใหญ่ ไขแจ้งแถลงเหตุ จงสำแดงเดช กระทืบทำลาย
ตลิ่งให้พังลง ทับน้ำกระจาย เจ้าช้างเบี่ยงบ่าย ไม่ใช่กงการ

๑๗. พบแมงหวี่น้อย เศร้าสร้อยเล่าความ ที่ผ่านมาตาม ลำดับเนิ่นนาน
อับจนปัญญา จะแก้เหตุการณ์ ไปหาทุกย่าน น้ำใจใครมี

๑๘. ช่วยฉันเถิดหนอ ขอร้องสักนิด ฉันสำนึกผิด ยอมโดนด่าตี
แมงหวี่ฟังหลาน ไขขานถ้อยวจี จะช่วยเธอนี้ ให้รอดปลอดภัย

 ๑๙. จึงแมงหวี่เจ้า เข้าตอมตาช้าง ช้างเจ็บร้องคราง กระทืบดินใหญ่
ตลิ่งจะทับน้ำ น้ำจะดับไฟ ฆ้อนถูกไฟไหม้ ไปยอนหูหมา

 ๒๐. หมามาไล่แมว แมวตามกัดหนู หนูวิ่งเกรียวกรู หน้าไม้หมายล่า
พรานป่าเกรงกริ่ง ไม่นิ่งเนิ่นช้า เล็งยิงอีกา ชีวาวางวาย


๒๑. ได้ถั่วงาคืน เจ็ดเม็ดเจ็ดทะนาน หัวใจเจ้าหลาน วิโยคโศกหาย
เหน็ดเหนื่อยหนักหนา เพราะกลัวตายาย การณ์เกือบจะสาย ไม่โดนด่าตี

 ๒๒. ขอบคุณแมงหวี่ ที่มีน้ำใจ ตัวเล็กแต่ใหญ่ ยิ่งด้วยความดี
ขอบคุณเพื่อนพ้อง ทั้งน้องทั้งพี่ นับตั้งแต่นี้ ฉันจะไม่ซน

 ๒๓. จะเป็นเด็กดี มีวินัยจริง จะทำทุกสิ่ง ที่เป็นเหตุผล
จะช่วยแก้ไข ไม่เห็นแก่ตน จะรักทุกคน ด้วยสันติธรรม

 ๒๔. ตายายกลับมา ไม่ด่าไม่ตี เพราะรักหลานนี้ จึงคอยสอนพร่ำ
โบราณว่าไว้ ให้ได้จดจำ จบถ้อยร้อยคำ เพียงเท่านี้เอยฯ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยินดีต้อนรับความคิดเห็นดีๆ ติชมบทความตามพอเหมาะ

แสดงความคิดเห็น

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น