จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

30 วันสำคัญของไทย ที่เยาวชนควรรู้ (กระทรวงวัฒนธรรม) วันสำคัญต่างๆในประเทศไทย

30 วันสำคัญของไทย ที่เยาวชนควรรู้ (กระทรวงวัฒนธรรม)


       ในแต่ละปี ประเทศไทยเราจะมีวันสำคัญของชาติหลายวันด้วยกัน ทั้งที่เป็นวันสำคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวันสำคัญทางประเพณี ซึ่งในจำนวนวัน เหล่านี้ รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นหยุดราชการ 16 วันด้วยกัน เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันมาฆบูชา วันจักรี วันสงกรานต์ และวันฉัตรมงคล เป็นต้น

       วันสำคัญ หมายถึง วันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆในอดีต และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของวันนั้น ๆ รัฐ - ชุมชน หรือหน่วยงานจึงได้จัดให้มีพิธีการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนหรือคนในสังคมได้ตระหนัก และระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันนั้นด้วยความภาคภูมิใจ หรือเพื่อเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามสืบทอดต่อกันมา ซึ่งวันสำคัญนี้จะมีหลายระดับ เช่น ระดับบุคคล ได้แก่ วันเกิด วันแต่งงาน ระดับหน่วยงาน ได้แก่ วันสถาปนาของหน่วยงานนั้นๆ ระดับชาติ ได้แก่ วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันวิสาขบูชา และวันภาษาไทยแห่งชาติ เป็นต้น

       อนึ่ง เพื่อให้เยาวชนของเราได้รู้จักวันสำคัญของไทย กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอสรุปวันสำคัญ ๆ ที่ควรรู้จักในรอบปีให้ทราบดังนี้
  
วันสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ไทย


       1. วันยุทธหัตถี ตรงกับ วันที่ 18 มกราคม เป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 ยุทหัตถี หมายถึง การต่อสู้ด้วยอาวุธบนหลังช้าง เป็นการรบอย่างกษัตริย์สมัยโบราณ ถือป็นยอดยุทธวิธีของนักรบ เพราะเป็นการต่อสู้อย่างตัวต่อตัว กษัตริย์พระองค์ใดกระทำยุทธหัตถีชนะจะได้รับการยกย่องว่า มีพระเกียรติยศสูงสุด และแม้แต่ผู้แพ้ก็ได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็นนักรบแท้เช่นกัน

       2. วันศิลปินแห่งชาติ ตรงกับ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นวันประกาศยกย่อง และเชิดชูเกียรติศิลปินชั้นครูของไทยที่ได้รับการคัด เลือกจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" โดยยึดถือเอาวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 "พระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์" ผู้ทรงรอบรู้และเชี่ยวชาญในศิลปะทุกแขนงอย่างกว้างขวางลึกซึ้ง เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ"

       3. วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ตรงกับวันที่ 31 มีนาคม เป็นระลึกถึงวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 3 ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการทำนุบำรุงบ้านเมืองทั้งในด้านการศาสนา การศึกษาและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง ในสมัยของพระองค์ได้ทรงเก็บเงินบางส่วนใส่ "ถุงแดง" เอาไว้ ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงนำมาใช้เป็นค่าปรับในกรณีพิพาทกับประเทศฝรั่งเศส เมื่อ ร.ศ.112 ช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตการณ์ทางการเมืองและสงครามระหว่างประเทศไปได้

       4. วันจักรี ตรงกับวันที่ 6 เมษายน หมายถึง วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ พระปฐมบรมราชวงศ์จักรี เสด็จกรีฑาทัพถึงพระนคร และทรงรับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติดำรงราชอาณาจักรสยามประเทศเป็นวัน แรก ตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 1 ต้องทรงออกศึกใหญ่เพื่อกอบกู้อิสรภาพถึง 11 ครั้ง โดยทรงเป็นแม่ทัพถึง 10 ครั้ง และทรงร่วมกับพระเจ้ากรุงธนบุรี 1 ครั้ง และเมื่อทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว ยังต้องออกศึกเพื่อปกป้องอิสรภาพของชาติไทยอีกถึง 7 ครั้ง นับว่าพระองค์ทรงเป็นพระกษัตริย์ยอดนักรบที่ยิ่งใหญ่และเก่งกล้าสามารถยิ่ง

       5. วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม คือวันรำลึกถึงวันที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบันได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรีอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" (ซึ่ง ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 เมื่อพระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อจากพระบรมเชษฐาธิราชรัชกาลที่ 8 นั้น ยังไม่ได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากต้องเสด็จกลับไปศึกษาต่อ)

       6. วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง อันเป็นปรากฏการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าถึง 2 ปีอย่างแม่นยำ และได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรที่ ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ในวันดังกล่าว เมื่อปี พ.ศ. 2411


30 วันสำคัญของไทย


       7. วันเยาวชนแห่งชาติ ตรง กับวันที่ 20 กันยายน ด้วยถือว่าวันนี้เป็นวันที่เป็นสิริมงคลยิ่ง เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึง สองพระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ซึ่งทั้งสองพระองค์นอกจากจะทรงครองราชย์สมบัติตั้งแต่ทรงพระเยาว์แล้ว ยังทรงพระปรีชาสามารถยิ่ง สมควรที่เยาวชนไทยจะเจริญรอยตามเบื้องยุคลบาท

       8. วันปิยมหาราช ตรง กับวันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ไม่ว่าจะเป็น การเลิกทาส การพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ฯลฯ ล้วนเป็นพื้นฐานแห่งความเจริญสืบต่อมาจนปัจจุบัน

       9. วันวชิราวุธ ตรง กับวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงได้รับพระราชสมัญญาว่า " สมเด็จพระมหาธีรราช เจ้า " เพราะทรงเป็นปราชญ์ทางอักษรศาสตร์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมประเภท ต่างๆ เป็นจำนวนมาก เท่าที่รวบรวมได้ในปัจจุบันมีถึง 1,236 เรื่อง นอกจากนั้นยังทรงบัญญัติศัพท์ และทรงตั้งนามสกุลพระราชทาน ซึ่งได้รวบรวมไว้ขณะนี้เป็นจำนวนประมาณ 6,432 นามสกุล

       10. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรง กับ วันที่ 5 ธันวาคม วันนี้ถือเป็น "วันพ่อแห่งชาติ" และ "วันชาติไทย" ด้วย ตลอดระยะเวลายาวนานร่วม 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุทิศพระวรกาย พระราชหฤทัย และพระสติปัญญาของพระองค์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยังประโยชน์สุขให้แก่ราษฎรของพระองค์มาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนนับพันโครงการ

       11. วันรัฐธรรมนูญ เป็น วันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับถาวร เป็นฉบับแรกให้แก่ปวงชนชาวไทย เมื่อปีพ.ศ. 2475 ภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบ ประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ และมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด

       12. วันพระเจ้าตากสินมหาราช ตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นวีรกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ได้รับการเทิดทูน และเคารพบูชาจากประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ไม่เพียงเพราะพระปรีชาสามารถในการรบที่กอบกู้ชาติไทยให้เป็นเอกราช และสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่บ้านเมืองของเราเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความกตัญญู และเสียสละต่อผืนแผ่นดินไทยอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมือนเหมือนอีกด้วย

วันสำคัญหลัก ๆ ทางศาสนา จะประกอบด้วย



       13. วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันที่พระอรหันต์ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้จำนวน 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พระพุทธองค์จึงได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ปัจจุบันเราถือว่าวันนี้เป็น "วันแห่งความรักทางพุทธศาสนา" ทั้งนี้ เนื่องจากวันดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์พิเศษที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" ขึ้น และเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประกาศหลักการและอุดมการณ์ แห่งพุทธศาสนา อันมีเนื้อหาหลัก ว่าด้วยการส่งเสริมให้มวลมนุษย์ตั้งมั่นในการทำความดี ละความชั่ว ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นั่นก็คือ ทรงสอนให้ทุกคนมีความรักอันยิ่งใหญ่ เป็นรักที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะสอนให้รู้จักรัก และเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำพระธรรมคำสั่งสอนดังกล่าวไปเผยแพร่

       14. วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่งในการบังเกิดพระพุทธเจ้าในโลกก็คือ "ธรรมะ" ที่พระองค์ทรงตรัสรู้ อันเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ทรงเปรียบเสมือนบรมครูผู้มาสอน มาชี้แนะแก่มวลมนุษย์ มิฉะนั้นคนเราก็คงไม่รู้จักหนทางแห่งการปฏิบัติธรรมเพื่อล่วงพ้นความทุกข์ เป็นแน่แท้ และวันวิสาขบูชา นี้องค์การสหประชาชาติได้มีมติรับรองให้ เป็นวันสำคัญสากล เมื่อปี พ.ศ.2542
   
       15. วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เป็นวันที่มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ครบเป็นองค์รัตนตรัยครั้งแรกในโลก ซึ่งพระสงฆ์องค์แรกคือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และปฐมเทศนาที่ทรงแสดงคือ ธรรมจักกัปวัตนสูตร หมายถึง พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป นั่นคือ ธรรมะของพระพุทธองค์เหมือนวงล้อธรรมที่ได้เริ่มเคลื่อนแล้วจากจุดเริ่มต้นใน วันนี้
   
       16. วันเข้าพรรษา เป็นวันเริ่มต้นที่พระภิกษุสงฆ์จะต้องอธิษฐานจำพรรษาอยู่กับที่ ไม่เที่ยวจาริกไปยังที่ต่าง ๆ เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ซึ่งการให้จำพรรษาในสมัยพุทธกาล ก็เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ไปเหยียบย่ำข้าว และพืชผลของชาวบ้านเสียหาย ต่อมาถือเป็นโอกาสดีที่พระภิกษุจะได้มาอยู่ร่วมกันเพื่อศึกษาธรรมะ ส่วนชาวบ้านก็ได้เข้าวัดถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนาเพื่อเพิ่มพูนบุญกุศลโดยมีพระภิกษุเป็นแบบอย่าง ครั้นต่อมาจึงเกิดประเพณีนิยมบวช 3 เดือน ขณะเดียวกัน ก็มีพุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งนิยมถือเอาวันเข้าพรรษาเป็นวันเริ่ม ต้นที่จะอธิฐานจิตลด ละ ความชั่วทั้งหลาย และทำความดีเพิ่มขึ้น สำหรับประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับวันนี้คือ การถวายผ้าอาบน้ำฝนและการแห่งถวายเทียนพรรษา
   
       17. วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 เป็นวันที่พระภิกษุพ้นข้อกำหนดทางวินัยที่จะอยู่จำพรรษา นับตั้งแต่วันเข้าพรรษาเป็นต้นมา และสามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้ ซึ่งจะมีประเพณีที่เกี่ยวข้อง คือ การตักบาตรเทโวโรหนะ คือวันถัดจากวันออกพรรษา 1 วัน ซึ่งพุทธศาสนิกชนมักจะตักบาตรในวันนี้ ด้วยนิยมว่าเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพุทธมารดาอยู่ 3 เดือน และถัดจากออกพรรษา 1 เดือน ถือเป็น เทศกาลกฐิน ที่จะทำบุญถวายผ้ากฐินตามวัดต่าง ๆ
  

วันสำคัญอื่น ๆ ของชาติ และวันสำคัญทางประเพณี
   
       18. วันขึ้นปีใหม่ ก่อน ที่ไทยเราจะมีวันปีใหม่แบบสากลเช่นปัจจุบัน เราได้มีการเปลี่ยนแปลงปีใหม่มาแล้วถึง 3 ระยะ คือ เริ่มแรก ถือวันแรม 1 ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ ระยะที่สอง เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 คือราวช่วงสงกรานต์ โดยใช้ปีนักษัตรและการเปลี่ยนจุลศักราชเป็นเกณฑ์ ระยะที่สาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายนอันเป็นนับวันทางสุริยคติ ซึ่งได้ประกาศใช้มาตั้งแต่พ.ศ. 2432 ระยะที่สี่ คือในปี พ.ศ. 2483 รัฐบาลได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไทยให้เป็นไปตามแบบสากลนิยม คือวันที่ 1 มกราคม โดยมีเหตุผลว่า วันดังกล่าวกำหนดขึ้นโดยการคำนวณด้วยวิทยาการทางดาราศาสตร์ และเป็นที่นิยมใช้กันมากว่าสองพันปี อีกทั้งไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิศาสนา หรือการเมืองของชาติใด แต่สอดคล้องกับจารีตประเพณีของไทยแต่โบราณที่ใช้ฤดูหนาวเป็นต้นปี
   
      
       19. วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตน และขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ประชาชน และสังคมเห็นความสำคัญของเด็กที่จะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ และเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่
   
       20. วันครู ตรงกับวันที่ 16 มกราคม จัดขึ้นเพื่อให้สังคมได้ระลึกถึงความสำคัญของ " ครู " ในฐานะผู้เสียสละและประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน โดยเฉพาะช่วยสร้างบุคลากรที่เป็นอนาคตของชาติ
   
       21. วันอนุรักษ์มรดกไทย ตรง กับวันที่ 2 เมษายน อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรในด้าน อนุรักษ์มรดกของชาติในสาขาต่างๆ ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาเป็น "เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย" และ "วิศิษฏศิลปิน" อันหมายถึง ผู้เป็นเลิศในทางศิลปะ ทรงเป็นเมธีทางวัฒนธรรม และทรงมีคุณูปการต่องานศิลปะวัฒนธรรม


30 วันสำคัญของไทย

   
       22. วันสงกรานต์ เป็นปีใหม่แบบเดิมของไทย ที่นับวันที่พระอาทิตย์ย่างเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันเริ่มต้นปี โดยเรียกวันที่ 13 เมษายน เป็น "วันมหาสงกรานต์" และถือเป็น "วันผู้สูงอายุแห่งชาติ" ด้วย ส่วนวันที่ 14 เมษายน เรียก "วันเนา" และถือเป็น "วันครอบครัว" ส่วนวันที่ 15 เมษายน เรียกว่า "วันเถลิงศก" หรือ วันขึ้นจุลศักราชใหม่ ปีนี้นางสงกรานต์ชื่อ มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาทรงจักร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศูรย์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังนกยูง
  
       23. วันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นอก จากจะเป็นพระราชพิธีโบราณเก่าแก่ที่จะทำเพื่อเป็นการเสริมสร้างความเป็น สิริมงคลแก่การเกษตรกรรมแล้ว วันดังกล่าวยังถือเป็น "วันเกษตรกร" อีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปจะได้ระลึกถึงความสำคัญของข้าวและธัญญพืชที่มีคุณเอนก อนันต์ในการหล่อเลี้ยงชีวิตให้เติบโตสมบูรณ์ทั้งกายใจ และเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อพึงระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจอันเป็นแบบอย่างทางด้านเกษตรกรรมแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจมั่นในการประกอบอาชีพและเป็นเหตุของความตั้งมั่นความเจริญ ไพบูลย์ของประเทศมาโดยตลอด




    
       24. วันสุนทรภู่ ตรง กับวันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และมีผลงานประพันธ์มากมาย เฉพาะเรื่อง พระอภัยมณี วรรณกรรมชิ้นเอกของท่าน ก็มีความยาวถึง 12,706 บท ถือได้ว่าเป็นกวีนิพนธ์ที่ยาวที่สุดในโลก ในขณะที่บทประพันธ์เรื่องอีเลียต ( Iliad ) ) และโอเดดซี (Odyssey) ของฝรั่งที่ว่ายาวที่สุด ยังมีเพียง 12,500 บทเท่านั้น เมื่อปี พ.ศ. 2529 ท่านได้รับยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับ โลก
   
       25. วันภาษาไทยแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงพระกรุณาเสด็จฯ ไปทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาไทยของชุมนุมภาษาไทยคณะอักษร ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับปัญหาการใช้คำไทย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2505 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ ความสนพระราชหฤทัย และความห่วงใยในภาษาไทยของพระองค์ท่านเป็นอย่างมาก


        26. วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ "วันแม่แห่งชาติ" ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเปรียบประดุจ "แม่แห่งแผ่นดิน" ที่ทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎรดังลูก ๆ ของพระองค์ และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อปวงชนชาวไทยเคียงคู่กับพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านศิลปาชีพ และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทย

      27. วันพิพิธภัณฑ์ไทย ตรงกับวันที่ 19 กันยายน เป็นวันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงให้กำเนิด "พิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชน" ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่19 กันยายน พ.ศ. 2417 ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือ "หอคองคอเดีย" ในพระบรมมหาราชวัง
   
       28. วันมหิดล ตรงกับวันที่ 24 กันยายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ผู้ทรงมีคุณูปการต่อการแพทย์สมัยใหม่ จนได้รับการเฉลิมพระเกียรติว่าทรงเป็น " พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน "

29. วันลอยกระทง ตรง กับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ โดยมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น ลอยเคราะห์ บูชาพระพุทธเจ้า แต่ปัจจุบันนิยมทำเพื่อขอขมา และระลึกถึงคุณแม่พระคงคา ที่ได้อำนวยประโยชน์ต่าง ๆ แก่มนุษย์

       30. วันกีฬาแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม เป็นวันระลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทอง ในการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค.ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2510 และเพื่อให้ประชาชน เยาวชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกีฬาที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เรามีสุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ

        ทั้งหมดนี้ คือวันสำคัญของไทยในรอบปีหนึ่ง ๆ ที่แม้จะมิใช่วันหยุดราชการทั้งหมด แต่ก็เป็นวันสำคัญของชาติที่เยาวชนไทยควรได้ทราบเพื่อเป็นความรู้ต่อไป

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แบบทดสอบทายใจทายนิสัย คนราศีไหน ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างไร มาดูกัน…

คนราศีไหน ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างไร มาดูกัน

ราศีมังกร (16 ม.ค.-12 ก.พ.)

คุณ มีแนวทางการดำเนินชีวิตในแบบของคุณเอง เรื่องการใช้เครื่องมือทันสมัยต่างๆก็เช่นกัน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์คุณจะต้องมั่นใจในระบบป้องกันคนนอกมาใช้งานของคุณโดยการ ตั้งรหัส Password เอาไว้ เพื่อความปลอดภัย เพราะคอมพิวเตอร์คือเครื่องมือที่คุณโปรดปรานที่สุดในยามที่คุณเบื่อ เหงา หรือเซ็งอะไรก็ตาม ถ้าคุณลองได้อยู่หน้าจอคอมฯแล้วละก็ ไม่ว่านานแค่ไหนจะปวดตาอย่างไรก็ตามคุณจะไม่ยอมเลิก จนกว่าจะได้ข้อมูลหรือทำงานนั้นสำเร็จเสียก่อน ชาวมังกรเป็นคนที่มีความอดทน รอการ load website ที่คุณอยากดู ไม่ว่านานแค่ไหนก็รอได้ และชาวราศีมังกรก็คนที่ upgrade เครื่องคอมฯบ่อยมาก ถ้าคุณรู้สึกว่ามันเริ่มจะช้า ล้าหลัง คุณจะรีบ upgrade มันทันที


ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-13 มี.ค.)

ถ้า มี chat room ที่ไหน มีการคุยกัน online ที่ไหน มั่นใจได้เลยว่าจะต้องมีชาวราศีกุมภ์เข้าไปแจมเสมอคุณมักจะเป็นคนเริ่มเปิด กระทู้ใน web board ก่อนคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วคุณก็จะชอบส่ง e-mail แปลกๆไปหาเพื่อน ชาวกุมภ์ชอบเสาะแสวงหาอะไรใหม่ๆ ที่สวย เก๋ แบบที่ยังไม่มีคนได้เห็น เช่น พวก Web Design ต่างๆ Graphic ต่างๆ เอามาแนะนำให้เพื่อนอยู่เป็นประจำ คุณรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคุณจะดีและมีสีสันขึ้นได้ เพราะมีการผสมผสานระหว่างโลกแห่งความจริง กับโลก Internet มันทำให้คุณมีข้อมูลที่หลากหลาย และไร้ขีดจำกัด ทำให้คุณมีโลกกว้างขึ้น ชาวกุมภ์ไม่ใช่คนที่เคร่งครัดในเรื่องการใช้คอมฯ การตั้งระบบ password ต่างๆ ขอแค่คุณได้ Chat หรือติดต่อกับเพื่อนๆ ที่มีอยู่ใน net และก็ท่องเว็บไปเจออะไรใหม่ๆ ก็พอใจแล้ว


ราศีมีน(14 มี.ค.-12 เม.ย.)

ชาว ราศีมีน ผู้เป็นนักประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ให้แก่เพื่อนๆ อะไรก็ตามที่คุณรู้ ไม่ว่าจะเป็นความลับ เรื่องสำคัญมากขนาดไหน คุณจะเปิดเผยและบอกเล่าให้เพื่อนๆ หรือคนที่คุยกับคุณรับทราบหมด ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม e-mail , chat หรือแม้แต่นอกจอคอมพิวเตอร์ ชาวมีนเป็นคนที่มีพื้นฐานและเข้าใจการเล่น Internet ที่ดี ทำให้คุณมักจะได้รู้อะไรที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ คุณจะดูทั้ง web ที่มี graphic สวยงาม หรือแม้แต่ web ที่มีแต่ตัวหนังสือ แต่นั่นคือข้อมูลที่คนอื่นมักจะมองข้ามไป คุณเข้าใจการใช้งานของคอมพิวเตอร์ดี ไม่ใช้งานมันแบบก้มหน้าก้มตาใช้ ถ้า web ไหนที่คุณดูแล้วทำให้คุณประทับใจ คุณจะเปิด web นั้นขึ้นมาอีกในครั้งต่อๆไป ชาวมีน คุณคือคนที่เข้าใจเสมอว่า Internet จริงๆ แล้วก็ทำเพื่อธุรกิจ แต่บางครั้งคุณก็หลงใจอ่อนกับข้อมูลต่างๆ ที่เขาให้คุณมาง่ายๆ ฟรีๆ


ราศีเมษ (13 เม.ย.-13 พ.ค.)

คุณ เป็นคนที่ติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมาเสมอ อะไรที่update คุณจะต้องติดตามและลองสัมผัสใช้มันให้ได้ชาวเมษมักจะชอบใช้ Internet แบบเปิดหลายอันพร้อมกัน chat ไปด้วย ท่องเว็บไปด้วย แถมอาจจะยัง load ภาพไปด้วยก็ได้ นอกจากนี้คุณยังเป็นนักสำรวจที่เสาะแสวงหาข้อมูลได้เก่งมาก ไม่ว่าข้อมูลนั้นๆจะถูกปกปิด หรือเป็นความลับแค่ไหน คุณจะ Search หามันมาจนได้ Technology สำหรับชาวราศีเมษ มันคือสิ่งที่ทำให้คุณหูตากว้างไกลและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคุณก็เป็นคนประเภทไม่ยอมที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่อยู่แล้ว


ราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)

คุณ เป็นคนที่สนใจในสิ่งที่คุณจะเก็บเกี่ยว ได้รับจากงานหรือสิ่งที่คุณทำอยู่ ไม่ว่าเรื่องทั่วๆ ไป หรือเรื่องการใช้เทคโนโลยีก็ตาม ถ้าชาวพฤษภจะท่อง Internet สักหนหนึ่ง คุณจะต้องเลือก website ที่จะทำให้คุณได้ความรู้ ได้ประโยชน์จากมันมากที่สุด เช่น คุณอาจเลือกดูเว็บที่มี graphic สวยๆ ถ้าคุณอยากดูการออกแบบดีๆ หรือถ้าคุณอยากได้ข่าวสารที่แม่นยำ คุณก็จะค้นหาจากพวก CNN Reuter เป็นต้น ดังนั้นชาวพฤษภมักจะเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพสูง จอภาพที่ให้ภาพคมชัดเหมือนจริง ประมวลผลได้เร็ว เพื่อทำให้คุณได้รับข้อมูลหรือสิ่งที่คุณต้องการจะดูได้อย่างมีประสิทภาพสูง สุด และคุณก็มักจะได้สิ่งดีๆ มาจาก Internet เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูล ข่าวสาร รูปภาพ หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ตาม


ราศีเมถุน (14 มิ.ย.-14 ก.ค.)

ด้วย ความกระหาย ชอบที่จะสนทนากับผู้อื่น ทำให้ชาวราศีเมถุนจะต้องเพิ่มวิชาการ พูดคุยกับคนอื่น โดยการปรากฏตัวในโลกของ Cyberโดยเฉพาะ Chat room ความฉลาดหลักแหลมและทันสมัยของคุณ ทำให้คุณเลือกใช้ Internet เป็นเครื่องมือในการออกไปสู่โลกกว้าง ติดต่อกับคนใน Internet ซึ่งคุณก็รู้ดีว่าการคบค้ากับชาว Online มันไม่แน่นอนและไว้ใจไม่ได้เพราะวันใดวันหนึ่ง เขาก็อาจจะหายจากโลกของคุณไปได้ทุกเมื่อ วิธีที่คุณมักจะใช้เป็นประจำคือการใช้ Search engine มาตาม spec ที่คุณกำหนดลงไป ชื่อคนใดที่ขึ้นมาตามนั้นก็เป็นอันว่าใช้ได้ คุณพร้อมที่จะเข้าไปพูดคุยกับเขาได้เลย ชาวราศีเมถุน คุณเป็นคนฉับไว คิดและตัดสินใจเร็ว เพียงแค่คลิกเม้าท์คุณก็ตัดสินใจได้แล้ว คุณคือ คนยุค IT อย่างแท้จริงและบ่อยครั้งที่ความสัมพันธ์กับคนรอบๆ ตัวคุณจะเริ่มต้นโดยการรู้จักพูดคุยกันทาง Internet


ราศีกรกฎ (15 ก.ค.-16 ส.ค.)

สำหรับ ชาวกรกฎ ถ้าคุณถูกใจ Website ไหนเป็นพิเศษ คุณก็จะชอบเข้าไปดูมันอยู่บ่อยๆ เพราะคุณเป็นคนชอบอะไรที่มันสวยงาม เก๋ และสะดุดตา ชาวกรกฎไม่ใช่นักท่องเว็บตัวฉกาจนัก สังเกตได้จากการเล่น net ครั้งแรกๆของคุณ คุณจะค่อนข้างงงๆ กับมัน ยังตั้งหลักไม่ค่อยได้ว่าจะไปทางไหนดี ที่ไหนจะมีอะไรน่าสนใจหรือถูกใจคุณ แต่ไม่นานคุณก็จะเริ่มปรับตัวได้และเพียรรู้ว่าสิ่งที่คุณจะสนใจจเป็นอย่าง แรกคือ Homepage ถ้า web ไหนเปิดหน้าแรกขึ้นมาแล้วคุณสนใจ คุณก็จะเลือกที่จะเข้าไปดูอันนั้น ถ้าอันไหนไม่น่าสนใจก็ผ่านไปเลย ชาวกรกฎเป็นคนมีความจำที่ดี ทุกๆสิ่งทุกอย่างที่ผ่านสายตาคุณจาก web ต่างๆ คุณจะจำได้หมดและจะกลับไปดูอีกครั้งเสมอ ชาวกรกฎไม่ต้องการอะไรที่ทันสมัยมากมายจนตามไม่ทัน เท่าที่เป็นอยู่นี่ก็มีมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องแสวงหาวิธีการใหม่ๆมาใช้กับการท่อง web ของคุณอีก


ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย)

เมื่อ ชาวสิงห์กระโดดเข้าไปใน Cyber space คุณอาจจะพบกับความหงุดหงิดใจอยู่บ้าง เพราะชาวสิงห์ชอบที่จะเป็นจุดสนใจ ศูนย์กลางในการสนทนา หรือติดต่อกัน แต่ในโลกแห่ง Internet เป็นไปได้ยาก ทุกคนดูจะวุ่นวายกันไปหมด ไม่มีใครที่จะมาใส่ใจใครเป็นพิเศษ ความโดดเด่นที่มีในตัวคุณจะไม่ถูกนำออกมาใช้ให้คนเห็นได้ง่ายนัก และเมื่อคุณท่องเว็บ คุณจะไม่ค่อยสนใจกฎกติกา หรือคำแนะนำจาก web มากมาย มันน่ารำคาญและไม่จำเป็น คุณจะเปิดเข้าไปดูพร้อมๆกันที่ละหลายๆอันและไม่ค่อยเจาะจงอะไรเป็นพิเศษ เพราะคุณก็รู้ดีว่าอะไรคืออะไร ความสามารถในการใช้งานในโลก Internet ของชาวลีโอ ค่อนข้างจะดีมาก คุณจะหาสิ่งที่คุณต้องการได้เสมอ อยากทำอะไร หรืออยากให้มันเป็นแบบไหนคุณก็จะสามารถหามันจาก web ต่างๆได้ ความสามารถของชาวสิงห์อันนี้เหมาะกับการสร้างผลงานหรือทำธุรกิจ แบบe-commerce บนwebsiteได้ดี


ราศีกันย์ (17 ก.ย.-16 ต.ค.)

ชาว ราศีกันย์ ผู้ที่ชอบออนไลน์และพบปะเพื่อนใน net เป็นประจำ คุณจะเลิกทำกิจกรรมทุกอย่างที่ทำอยู่ ถ้าคุณเจอเพื่อนของคุณ online ใน net โลกแห่ง Internet คือแหล่งข้อมูลและแหล่งนัดพบของคุณและเพื่อน ชาวกันย์จะสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้จาก Internet โดยจะค้นหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอข้อมูลที่ถูกใจ ชาวกันย์มีความสามารถพิเศษในการจดจำรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของแต่ละ website ได้ดี และด้วยความสนใจเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้เป็นพิเศษ ทำให้คุณเข้าใจมันได้ดีและรวดเร็ว ชาวกันย์เป็นคนที่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีที่ดี เป็นที่ปรึกษาและเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นได้


ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.)

ชาว ราศีตุลย์ คือบุคคลที่เป็นที่ต้องการ และเป็นที่ใฝ่หาของคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีต่างๆ คุณจะมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเทคนิคต่างๆ ระบบต่างๆได้ดี เป็นผู้มีความสามารถในการค้นหาข้อมูลต่างๆ จาก Internet ได้คล่องแคล่วมาก ชาวตุลย์มีวิสัยทัศน์ที่แหลมคม ในการตัดสินใจเลือกสิ่งใดๆก็ตาม Chat room, e-mail คือสังคมที่มีสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคุณ ทำให้คุณไม่เบื่อและล้าหลัง เวลาที่ชาวตุลย์มีปัญหา กลุ้มใจ หรือเบื่ออะไร คุณมักจะมาระบายออกทาง Internet e-mail ไปคุยกับคนโน้นคนนี้ มันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและไม่เหงา แต่เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว ชาวตุลย์ก็จะออกจาก Cyber space มาสู่โลกแห่งความจริงทันที


ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.)

ชาว แมงป่องคุณเป็นคนที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์และข้อได้เปรียบจากการใช้งาน Internetให้ได้ประโยชน์กับคุณมากที่สุด ในการท่องเว็บของคุณนั้นคุณจะไม่ยอมให้มันนำพาคุณไปเรื่อยๆตามที่โปรแกรมถูก สร้างไว้ คุณจะใช้ความฉลาดของคุณในการทำอย่างไรก็ได้ให้มันประมวลผลได้ดีกว่าของคน อื่น ชาวราศีพิจิกมักจะสร้างระบบลับ รหัสส่วนตัวสำหรับคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานเพียงคนเดียว เพราะคุณจะเก็บความลับต่างๆไว้มากมายในคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็ไม่อยากให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับระบบการใช้งานของคุณที่ถูกสร้างเอา ไว้สำหรับคุณคนเดียว คุณมักจะสร้างปุ่มลัด (shot cut)ต่างๆมากมาย เพื่อประหยัดเวลาและลดขั้นตอนอันเยิ่นเย้อ คอมพิวเตอร์ของชาวพิจิกจะมีความแตกต่างจากเครื่องที่คนอื่นเขาใช้ทั่วไป มันจะถูกออกแบบวิธีการใช้งานใหม่โดยคุณชาวพิจิกเสมอ


ราศีธนู (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)

สำหรับ ชาวราศีธนู คุณเป็นคนที่มี style เป็นของตนเอง ชอบกำหนดระบบต่างๆ ขึ้นเอง ดังนั้นสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณก็เช่นกัน คุณจะตั้งระบบของคุณขึ้นมาเอง ชาวธนูจะใช้ Internet ในการเสาะแสวงหาความรู้ข้อมูลต่างๆ และจะขุดคุ้ยข้อมูลอย่างเจาะลึกและละเอียดที่สุด ชาวธนูเป็นคนที่มีทักษะในการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ดี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ คุณสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เกิดประสิทธิผลสูงสุด ดังนั้นการใช้คอมพิวเตอร์ การเล่นอินเตอร์เน็ตจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสำหรับคุณเลย และชาวราศีธนูก็จะรู้ดีเสมอว่า ข้อมูลแบบไหน ควรหาอย่างไร ใช้อย่างไร จึงจะเหมาะกับความต้องการของคุณที่สุด เพราะลูกศรจะวิ่งสู่เป้าหมายอย่างแม่น

 ขอบคุณ  teenee .com

รู้เรื่องประเพณีถือปฏิบัติ การตักบาตร ใส่บาตร ของชาวพุทธ

การตักบาตร คือประเพณีอย่างหนึ่งที่ชาวพุทธปฏิบัติกันมาแต่สมัยพุทธกาล พระภิกษุจะถือบาตรออกบิณฑบาตเพื่อรับอาหารหรือทานอื่นๆ ตามหมู่บ้านในเวลาเช้า ผู้คนที่ออกมาตักบาตรจะนำของทำทานต่างๆ เช่น ข้าว อาหารแห้ง มาถวายพระ

ประเพณีนี้ชาวพุทธถือกันว่าเป็นการสร้างกุศล และถือว่าเป็นการแผ่ส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้วด้วย โดยเชื่อกันว่าอาหารที่ถวายไปนั้นจะส่งถึงญาติผู้ล่วงลับด้วยเช่นกัน


กฎของพระภิกษุเกี่ยวกับการตักบาตร

พระภิกษุนั้นจะออกบิณฑบาตทุกวัน อันเนื่องมาจากกฎของพระภิกษุมีอยู่ว่า พระภิกษุไม่สามารถที่จะเก็บอาหารข้ามคืนได้

เวลาที่พระภิกษุออกบิณฑบาต พระภิกษุจะใช้ 2 มือประคองบาตรเอาไว้แล้วเดินในกิริยาสำรวม พระภิกษุจะไม่เอ่ยปากขออาหารจากผู้คน หรือแสดงกิริยาในการขอ โดยส่วนมากแล้วเวลาที่พระภิกษุออกบิณฑบาตคือ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด (ประมาณ 5 นาฬิกา อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้บ้างเล็กน้อยในแต่ละท้องที่) จนถึงก่อน 7 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่พระภิกษุฉันอาหารมื้อเช้า

เมื่อเวลามีคนให้ทาน พระภิกษุต้องรับทานที่คนให้ทั้งหมด ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับ หรือบอกกับผู้คนว่าตนต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่อย่างไรก็ดี มีทานบางชนิดที่พระภิกษุไม่สามารถรับได้ นั่นคือ

1. ทานที่ได้มาโดยวิธีการทุจริตทานแก่ตน เช่น ได้มาจากการขโมย และพระภิกษุรู้ว่าบุคคลคนนั้นได้ขโมยของนั้นเพื่อที่จะให้

2. เนื้อสัตว์ที่ต้องห้ามตามหลักศาสนาพุทธ (เช่น เนื้อคน, เนื้อช้าง เป็นต้น)

3. เนื้อสัตว์ที่ได้มาจากการที่บุคคลคนนั้นตั้งใจที่จะฆ่าสัตว์โดยมีจุดประสงค์ หลักคือเพื่อที่จะเอาเนื้อมาถวายพระภิกษุโดยเฉพาะ และพระภิกษุรู้ว่าเนื้อนั้นมาจากการฆ่าเพื่อที่จะนำมาถวายตนโดยเฉพาะ

4. ผลไม้ที่มีเมล็ด บุคคลที่ตักบาตรไม่สามารถถวายผลไม้ที่มีเมล็ดได้ เพราะถือว่าเมล็ดนั้นยังสามารถที่จะให้กำเนิดชีวิตได้อยู่ ถ้าจะถวายต้องเอาเมล็ดออกก่อน

5. วัตถุดิบในการทำอาหาร เช่น ข้าวสาร, แป้ง เพราะตามหลักของศาสนานั้นไม่อนุญาตที่จะให้พระภิกษุประกอบอาหาร

หมายเหตุ ในปัจจุบัน กฎข้อที่ 4 และ 5 สามารถอนุโลมได้ เนื่องจากชีวิตสังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ ผู้คนอาจจะไม่มีเวลาที่จะเตรียมอาหารมากนัก โดยหน้าที่ในการเตรียมอาหารนั้นจะเป็นหน้าที่ของเด็กวัด

สรุปสั้นๆหลักใส่บาตรที่ให้ได้บุญ ๑.วัตถุทานที่ได้มาบริสุทธิ์ เราไม่เบียดสัตว์ คนอื่นแม้กระทั้งตัวเองให้เดือดร้อนหรือมาโดยทุจจริตมิชอบ  ๒.มีเจตนาศรัทธาในการประกอบบุญ ทั้งก่อนจะใส่ ขณะใส่ และอิ่มเอิบหลังจากใส่บาตรแล้ว หลวงพ่อปัญญานันทะ กล่าวว่า ใส่บาตรทุกครั้งให้ใส่ กิเลศที่มีอยู่ในใจเราออกไปด้วย ความ โลภ โกรธ หลง ขจัดไปทุกวัน ให้พระไปปราบเสียฆ่าเสีย  นี้คือ หลักการที่ชาวพุทธต้องทำด้วย ขจัดไปความสุขที่ปราศจากอัตตาตัวตนของกิเลศในใจเราก็จะหายไป อ.พุทธทาส กล่าวว่า การทำบุญ นั้นคือ เครื่องชำระล้างบาป ๓.คือ บุคคลที่เราจะทำบุญด้วย คือเขาต้องเป็นเนื้อนาบุญที่ดี อยู่ในศีลในธรรม ปฏิบัติดี ปฎิบัติชอบ ใน ๓ ข้อนี้ บอกแค่สั้น ถ้าใครอยากรู้วิธีการสร้างบารมีเรื่องการทำบุญนี้ ต้องไปหาอ่าน หนังสือ ของสมเด็จสังฆราช เรื่อง วิธีการสร้างบารมี มีละเอียดอยู่
วิธีการตักบาตร

การตักบาตรโดยทั่วไป

ผู้คนที่นำของที่เอามาตักบาตรจะยืนรออยู่ตรงทางที่พระภิกษุเดิน ผ่าน ส่วนมากของที่ผู้คนใช้นิยมตักบาตรเป็นหลักคือข้าว โดยก่อนที่พระภิกษุเดินทางมาถึงจะมีการนำถ้วยข้าวจบที่ศีรษะแล้วอธิษฐาน เมื่อพระภิกษุเดินทางมาถึงพระภิกษุจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่จะตักบาตรแล้ว เปิดฝาบาตร ก่อนที่จะตักบาตรคนที่ตักบาตรจะต้องถอดรองเท้าก่อน (ถ้าสะดวกถอดรองเท้าก็ได้ ถ้าไม่สะดวกในกรณีอื่นๆถอดยาก เช่น รองเท้าบูท หรือแบบอื่นๆ หรือ พื้นดินสกปรก กรณีนี้ไม่ผิด มิใช่หลักสำคัญ ส่วนมากที่ทำกันชาวบ้านถือว่าไม่เทียบชั้นกับพระเพราะพระบิณฑบาตรก็ไม่ใส่รองเท้า หลักสำคัญจริงอยู่ที่วิธีตั้งจิตที่ถูกต้องก่อนใส่บาตรและขณะใส่บาตรต่างหาก)

จากนั้นคนที่ตักบาตรจะนำทานที่ตนมีถวายพระ เมื่อให้เสร็จแล้วพระจะให้พร คนที่ตักบาตรประนมมือรับพร (โดยปกติแล้วจะนิยมคุกเข่าหรือนั่งยองๆ ประนมมือ) ขณะที่ให้พรคนที่ตักบาตรอาจจะมีการกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ ล่วงลับ (การกรวดน้ำนั้นอาจจะทำขณะที่พระให้พรหรือหลังจากการตักบาตรเสร็จสิ้นก็ได้) หลังจากที่พระภิกษุให้พรแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี

การตักบาตรในวันพระ

ในวันพระ ทุกขึ้น/แรม 8/15ค่ำ โดยทั่วไปพระภิกษุจะไม่มีการออกบิณฑบาต ผู้คนจะนำทานไปถวายที่วัด และวันนั้นพระภิกษุจะมีการเทศนาธรรมที่วัด โดยคตินิยมการเข้าวัดทำบุญนั้นน่าจะมีมาแต่สมัยพุทธกาลที่ชาวพุทธไปวัดเพื่อ รับฟังพระธรรมเทศนาและถืออุโบสถศีล ในอดีตการไปทำบุญตักบาตรที่วัดวันพระนับว่าเป็นการไปพบปะเพื่อนฝูงญาติมิตร และแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชนที่ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งในปัจจุบันยังพอหาพบได้บางตามหมู่บ้านในแถบชนบท

ในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีความเร่งรีบเช่นกรุงเทพ บางวัดจะมีการเทศนาที่วัดอย่างเดียวโดยไม่มีการจัดทำบุญตักบาตร ส่วนพระสงฆ์จะออกเดินบิณฑบาตเพื่อโปรดชาวพุทธตามปรกติ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการตักบาตร

คำว่าตักบาตรนั้น สามารถที่จะเรียกว่าใส่บาตรก็ได้ ในบางที่มีคนสงสัยว่าตกลงแล้วเรียกว่าตักบาตรหรือใส่บาตรกันแน่ - ก็ว่ากันว่าคำว่าตักบาตรนั้นมาจากกิริยาอาการที่ใช้ทัพพีตักข้าวใส่บาตรพระ แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบมากขึ้น ผู้คนจึงนำข้าวสารหรือของอื่นๆ ใส่ถุงหรือกล่อง เมื่อถึงเวลาตักบาตรจะได้สะดวกที่จะหยิบของใส่ได้ทันที คำว่าใส่บาตรจึงถือว่าเป็นวิวัฒนาการทางภาษาเพื่อสอดคล้องกับยุคปัจจุบัน - สรุปว่าใช้ได้ทั้ง 2 อย่าง

ตามปกติผู้คนจะถือว่า ของที่นำมาถวายพระจะต้องเป็นของที่ดีที่สุดเสมอ ดังนั้นผู้คนจะจัดเตรียมทานที่ดีที่สุดตามกำลังที่หาได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อพิเศษเล็กน้อยเกี่ยวกับทานที่ให้ (ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล) เช่น ข้าวที่ถวายพระนั้นควรจะเป็นข้าวที่หุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ ยิ่งข้าวร้อนเท่าไหร่บุญกุศลจะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น, ถวายน้ำตาลแก่พระเพื่อที่จะส่งผลให้ชีวิตคู่มีความหวานสดชื่นดั่งน้ำตาล เป็นต้น



รวมประโยคเด็ดๆเจ่งๆของความรัก ความรักเป็นจังใดหนอ

รวมประโยคเด็ดๆเจ่งๆของความรัก ความรักเป็นจังใดหนอ


"หลายคนชอบฟังเพลงรักไม่ต้องการเวลา แต่ถ้าแฟนไม่มีเวลาให้ ก็บอกแฟนไม่รัก"


"ความสุขง่ายๆ บางทีเกิดจากการได้มองดูคนรักกัน และจินตนาการไปเองว่า เราจะได้มีคู่รักแบบเขาบ้างไหม??"


"งานแต่งงาน คือ จุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความรัก"


"บาง ทีเวลาถูกเพื่อนทำร้ายความรู้สึก เราก็อยากจะทำร้ายเขากลับไปบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราไม่กล้าหาญ แค่รู้สึกว่าตัวเองหน้า.ด้านไม่พอ"


"การแอบมองคนที่ชอบผ่านเงาสะท้อนในกระจก บางทีก็ทำให้มีความสุขแบบตลกๆ"


"การจะวัดว่าใครรักคุณแค่ไหน ให้ดูว่าเขาพรัอมเคียงข้างและสนับสนุนให้คุณทำในสิ่งที่รักมากเพียงใด"


"วันเกิดเรา ลองไม่ถามว่าต้องได้อะไร จากใคร แต่ลองถามตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่อใคร เพื่อทำอะไร และได้ใช้ชีวิตคุ้มที่เกิดมาหรือยัง"


"ผู้ใหญ่ บางคนมีค่านิยมแย่ๆ ถ้าเด็กทำดีจะไม่ชมเพราะกลัวเหลิง แต่พอเขาทำไม่ดีจะดุด่า เลิกเหอะนิสัยแบบนี้ เขาทำดีก็ให้กำลังใจเขา ชมคนไม่เห็นจะยาก เป็นสิ่งที่มีค่ามากด้วยซ้ำ ถ้ามัวแต่ดุด่าว่ากล่าว แต่ไม่เคยชมอะไรเลย ท้ายที่สุดเด็กอาจหมดกำลังใจ ไม่กล้าทำอะไรดีๆ ถึงเวลานั้นอย่าบอกว่า "ทำไมไม่รู้จักทำอะไรดีๆ บ้าง" อย่าโทษเด็ก"


"หนึ่งในคนที่ไม่มีทางประสบความสำเร็จ คือ คนที่ดูถูก เหยียดหยาม อิจฉา และไม่เคยยอมรับในความสำเร็จของคนอื่น"


"บาง คนชอบจ้องจับผิดเรื่องแย่ๆ และพูดถึงแต่เรื่องแย่ๆ ของเรา นั่นเพราะชีวิตเขาแย่ เป็นพวกจมปรักกับเรื่องแย่ๆ เขาคือคนแย่ๆ ที่มีแต่ความคิดแย่ๆ ดังนั้น อย่าแยแสคนแบบนี้ให้เปลืองตัว"


"แค่เพราะเราใจซื่อ และไร้เดียงสา ไม่ได้หมายความว่าเราโ.ง่"


"สิ่งที่ดี ใช่ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด และสิ่งที่มีข้อผิดพลาด ใช่ว่าจะไม่ดี"


"เมื่อมีใครเสนอทางเลือกให้เรา แล้วเราใช้คำว่า "แล้วแต่" บางครั้งมันหมายถึงการปฏิเสธและไม่เห็นด้วยอ้อมๆ แต่ขอถนอมน้ำใจ ไม่อยากทำให้เสียความรู้สึก"


"มันไม่สำคัญว่าเราเป็นใคร มาจากไหน แต่มันสำคัญที่เราทำอะไร และทำเพื่อใคร"


"ถ้ารักใคร คุณควรตั้งความหวังในสิ่งที่เขาอยากทำและทำได้ ไม่ใช่ตั้งความหวังในสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ"


"เราไม่จำเป็นต้องชนะใจคนทุกคน แค่ชนะใจคนที่เขาเห็นค่าของเราก็มากพอ"


"เราอาจเลิกรักใครบางคนได้ แต่เราไม่มีทางลืมเขาได้"


"Social Network เช่น Facebook หรือ Twitter ทำให้คนไกลๆ ได้ชิดใกล้ แต่บางครั้งก็ทำให้คนใกล้ๆ ยิ่งห่างไกล..."


"บางครั้งเราไม่ได้โ.ง่ที่รักใคร แต่เราโ.ง่ที่เลิกรักเขาไม่ลง"


"คน บางคนสามารถทำร้ายหรือทำเรื่องเลวๆ กับคนอื่น แต่พอโดนเรื่องร้ายๆ ในชีิวิตกลับโวยวายจะเป็นจะตาย สิ่งที่เราทำได้คือนั่งเท้าคาง จ้องมอง หรี่ตา ส่งเสียงฮึฮึ และบอกว่า 'สมควร'"


"คำว่า 'ผู้ดี' มันไม่ได้วัดกันที่ ชื่อเสียง บรรดาศักดิ์ การศึกษา หน้าตา หรือฐานะ แต่มันวัดกันที่การกระทำ"


"ร้ายได้ แรงได้ แต่อย่าเลว"


"ถ้าต้องรักกับคนไม่ 'ซื่อสัตย์' ก็สู้ 'ซื้อสัตว์' ที่มัน 'ซื่อสัตย์' มาเลี้ยงดีกว่า"


'คนน่ารัก' มีเสน่ห์มากกว่า 'คนหน้าตาดี' เพราะ 'คนหน้าตาดี' ไม่ช้าก็จะโรยราไปตามกาลเวลา แต่ 'คนน่ารัก' จะไม่มีทางโดนเวลาทำร้าย ไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ เขาจะทำให้โลกของเราสดใสได้จริงๆ


iphone ipod ipad imac ibook ยังไงก็ไม่เจ๋งเท่า "I Love U" เอ๊ยยยยยย เสี่ยวซะ 555


iphone ipod ipad imac ibook เมื่อซื้อแล้วจะทำให้เราสังกัดชมรม " iจน "


"เชื่อไหม? คนบางคนเสีย 'คนรัก' ไป เพราะเรียกร้อง 'ความรัก' มากเกินไป"


"เราไม่จำเป็นต้องดูดีในสายตาคนทุกคน แค่ดูดีในสายตาของคนที่รักเราและเชื่อในตัวเราก็พอ"


"หลายครั้งที่อยากพิมพ์ด่าใครแรงๆ แต่ไม่ทำ เพราะว่ามีมารยาท ความละอายในสำนึก ด่าในใจเงียบๆ ดีกว่ากร่างแบบถ่อยๆ"


ดิท เพิ่ม

"สนิทกันมากไปอาจนำไปสู่การลามปาม และถ้าลามปามมากๆ จากคนสนิท อาจกลายเป็นคนที่เราไม่คิดอยากจะรู้จักอีกต่อไป"


"เวลาทะเลาะกัน ต่างฝ่ายก็ต่างขุดเรื่องแย่ๆ ของอีกฝ่ายมาแย้งกัน จนลืมว่าส่ิงดีๆ ที่มีให้กันมาตลอดมันมากมายขนาดไหน"


"คนบางคนเวลาอยู่ไกลๆ เราอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ แต่พอได้ใกล้ เรากลับรู้สึกว่า ชาตินี้อย่าได้ใกล้กันอีกเลย


"อย่าแคร์สายตาของคนที่เขาตัดสินเราเพียงมองผ่าน คนที่เขาตัดสินใจเราเพราะฟังคำคนอื่นมา หรือว่าคนที่ดีแต่จะมองเราในแง่ร้าย แต่จงแคร์สายตาของคนที่เขารู้จักเราจริง คนที่เห็นทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีในตัวเรา หรือคนที่มองเราอย่างเป็นธรรม"


"เวลา ถูกคนที่รักทำให้เสียความมั่นใจ ความเจ็บปวดจะยิ่งใหญ่จนบรรยายไม่ได้ รักใครชอบใคร อย่าทำให้เขาเสียความมั่นใจ ถ้าคิดว่าเอาใจเขามาใส่ใจเราไม่ได้ก็อย่ารักกันเลย"


"ประสบการณ์จะสอนให้คุณรู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ แต่ถ้ามัวแต่กลัวและไม่กล้าจะลองจะทำอะไร ก็จงไม่รู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ต่อไป


ผู้ใหญ่มากมายชอบตั้งความหวังว่าเด็กต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเคยถามพวกเขาไหมว่าอยากเป็นแบบสิ่งที่ถูกตั้งความหวังหรือเปล่า? ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ การแบกรับความหวังมันทำให้เขาหลงทาง บางครั้งมันมากไปจนเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไง โปรดเถอะ...ให้โอกาสเขาได้เลือก ให้เขาได้ทำตามความฝัน เชื่อในตัวเขา คอยแนะนำอยู่ห่างๆ ด้วยคว...ามรัก การบังคับและกดดันไม่ใช่นิยามของความรักเลย....


"อย่าพยายามทำให้คนที่เกลียดเรามารักเรา แต่จงพยายามรักษาคนที่รักเราไม่ให้เกลียดเรา"


"ถ้าไม่มีดี แล้วอวดดี คือไม่รู้จักตัวเองดี - ถ้ามีดี แล้วอวดดี คือโ.ง่สิ้นดี - จะมีดี หรือไม่มีดี ถ้าไม่อวดดี จะได้ดี"





สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น