จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระกลอนธรรม อ.พุทธทาส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระกลอนธรรม อ.พุทธทาส แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม ชุดที่ ๓/๓ หมวดศาสนา

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม
ชุดที่ ๓/๓ หมวดศาสนา


เรียนวิปัสสนา

เรียนวิปัสสนา เพิ่งมีมา ต่อภายหลัง
ไม่เคยฟัง ในบาลี ที่ตถา
ไม่แยกเป็น คันถะ วิปัสสนา
มีแต่ว่า ตั้งหน้า บำเพ็ญธรรม
เพราะทนอยู่ ไม่ได้ ในกองทุกข์
จึงได้ลุก จากเรือนอยู่ สู่เนกขัม
จัดชีวิต เหมาะแท้ แก่กิจกรรม
เพื่อกระทำ ให้แจ้ง แห่งนิพพาน
ในบัดนี้ มีสำนัก วิปัสสนา
เกิดขึ้นมา เป็นพิเศษ เขตสถาน
ดูเอาจริง ยิ่งกว่าครั้ง พุทธกาล
ขอให้ท่าน จริง,ดี มี วิปัสสนาฯ




เรียนแบบคันถธุระ

คันถธุระ คือเรียนร่ำ พระคัมภีร์
ที่ร้อยกรอง กันเต็มที่ ยุคทีหลัง
เป็นมัดมัด ตู้-ตู้ ดูมากจัง
เรียนจนคลั่ง เคลิ้มไคล้ ไปก็มี
ภาวนาว่า นางฟ้า ปิฏกไตร
จงผูกใจ ข้าฯไว้ ให้ถนัดถนี่
จะตายไป กี่ชาติ กี่ภพมี
ขอสมรส ด้วยวาณี ตลอดไป
เป็นการสืบ ศาสนา ปริยัติ
จะได้มี ปฏิบัติ ที่แจ่มใส
แต่ดูดู คล้ายจะมุด คุดอยู่ใน
ไม่อยากได้ พระนิพพาน สักท่านเดียวฯ




เรียนปรัชญา

เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา
ที่เทียบกับ คำว่า ฟีโลโซฟี่ (Philosophy)
เรียนจนตาย ก็ไม่ได้ พบวิธี
ที่อาจขยี้ ทุกข์ดับ ไปกับกร
เพราะมันเรียน เพื่อมิให้ รู้อะไร
ชัดลงไป ตามที่ธรรม- ชาติสอน
มัวแต่โยก โย้ไป ให้สั่นคลอน
สร้างคำถาม ป้อนต้อน รอบรอบวง
ไม่อาจจะ มีวิมุตติ เป็นจุดจบ
ยิ่งเรียนยิ่ง ไม่ครบ ตามประสงค์
เป็นเฮโรอีน สำหรับปราชญ์ ที่อาจอง
อยู่ในกรง ปรัชญา น่าเอ็นดูฯ



เรียนธรรมะ

เรียนธรรมะ อย่าตะกละ ให้เกินเหตุ
จะเป็นเปรต หิวปราชญ์ เกินคาดหวัง
อย่าเรียนอย่าง ปรัชญา มัวบ้าดัง
เรียนกระทั่ง ตายเปล่า ไม่เข้ารอย

เรียนธรรมะ ต้องเรียน อย่างธรรมะ
เรียนเพื่อละ ทุกข์ใหญ่ ไม่ท้อถอย
เรียนที่ทุกข์ ที่มีจริง ยิ่งเข้ารอย
ไม่เลื่อนลอย มองให้เห็น ตามเป็นจริง

ต้องตั้งต้น การเรียน ที่หูตา ฯลฯ
สัมผัสแล้ว เกิดเวทนา ตัณหาวิ่ง
ขึ้นมาอยาก เกิดผู้อยาก เป็นปากปลิง
"เรียนรู้ยิง ตัณหาดับ นับว่าพอ" ฯ






เราถือศาสนาอะไรกันแน่?
ศาสนา โบสถ์วิหาร การวัดวา
ศาสนา คือพระธรรม คำสั่งสอน
ศาสนา ประพฤติธรรม ตามขั้นตอน
ศาสนา พาสัตว์จร จวบนิพพาน
ศาสนา เนื้องอก พอกพระธรรม
ศาสนา น้ำครำ ของเป็ดห่าน
ศาสนา ภูตผี พานิชการ
ศาสนา วิตถาร กวนบ้านเมือง
ศาสนา ใหม่ใหม่ ร้ายกว่าเก่า
ศาสนา ของพวกเจ้า โจรผ้าเหลือง
ศาสนา ปัจจุบัน พ้นการเมือง
ศาสนา มลังเมลือง เมืองคนเย็นฯ




ติดตำราจะติดตัง
จงรักษา ดวงใจ ให้ผ่องแผ้ว
อย่าทิ้งแนว การถือ คือเหตุผล
อย่าถือแต่ ตามตำรา จะพาตน
ให้เวียนวน ติดตัง นั่งเปิดดู

อย่าถือแต่ ครูเก่า เฝ้าส่องบาตร
ต้องฉลาด ความหมาย สมัยสู
อย่ามัวแต่ อ้างย้ำ ว่าคำครู
แต่ไม่รู้ ความจริง นั้นสิ่งใด

อย่ามัวแต่ ถือตาม ความนึกเดา
ที่เคยเขลา เก่าแก่ แต่ไหนๆ
ต้องฉลาด ขูดเขลา ปัดเป่าไป
ให้ดวงใจ แจ่มตรู เห็นลู่ทางฯ




พระเจ้าองค์เดียว

พระศาสนา สัมพันธ์ คือมรรคา
ที่ชักพา นำมนุษย์ สู่จุดหมาย
เพื่อมนุษย์ ได้เป็นสุข ทุกนิกาย
เราทั้งหลาย ชวนกันมา ปรึกษากัน

พระเจ้าแท้ มีแต่ พระองค์เดียว
ทางจึงมี แต่ทางเดียว เป็นแม่นมั่น
เป็นทางตรง มุ่งไป สู่ไกวัลย์
เป็นนิรัน- ดรสุข แก่ทุกคน

ไม่มีข้อ ขัดแย้ง แบ่งพวกพรรค
มนุษย์รัก ร่วมสุข ทุกแห่งหน
นี่แหละหนา พวกเรามา รวมกมล
แห่งปวงชน เพื่อบูชา พระเจ้าเดียว

การเรียกชื่อ ต่างกัน นั้นไม่แปลก
แต่เนื้อใน ไม่อาจแยก เป็นส่วนเสี้ยว
คือธรรมธาตุ หนึ่งแน่ เป็นแท้เทียว
ทุกคนเหนี่ยว เป็นที่พึ่ง จึงรอดเอยฯ



ภาพถ่ายโดย ชัยวัฒน์  ทองพริก จาก Nikon และ N 70

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม ชุดที่ ๒/๓ หมวดศาสนา

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม
ชุดที่ ๒/๓ หมวดศาสนา


ไม่น่าจะบ้า
พุทธศาสนา คือวิชา ที่เปลื้องปลุก
มิให้คน ทนทุกข์ เท่้าเส้นขน
แต่คนรับ รับมา ท่าสัปดน
มาทำตน ให้ทุกข์ รุกขึ้นไป

ให้ยึดมั่น ขลาดเขลา เมาศาสนา
สอนเป็นบ้า เรียนเป็นบ้า คว้ากันใหญ่
สร้างเป็นบ้า จนเป็นฝ้า บังจิตใจ
เกิดฝักฝ่าย พวกพรรค รักสู้กัน

ส่วนพระธรรม คำสอน สิ่งดับทุกข์
ไม่สนใจ ทำให้ถูก ตามหลักนั่น
หลงส่งเสริม เพิ่มทุกข์ ลุกเป็นควัน
นี่แหละพันธุ์ พวกบ้า เจ้าข้าเอยฯ




เรียนชีวิต

เรียนชีวิต อย่าแสวง จากแหล่งนอก
อย่าเข้าไป ในคอก แห่งศาสตร์ไหน
อย่ามัวคิด ยุ่งยาก ให้ผากใจ
อย่าพิจารณา จาระไน ให้นุงนัง
อย่ายึดมั่น นั่นนี่ ที่เรียกกฏ
มันตรงตรง คดคด อย่างหมดหวัง
จงมองตรง ลงไปที่ ชีวิตัง
ดูแล้วหยั่ง ลงไป ในชีวิต
ให้รู้รส หมดทุกด้าน ที่ผ่านมา
ให้ซึมซาบ วิญญาณ์ อย่างวิศิษฐ์
ประจักษ์ทุกข์ ทุกระดับ กระชับชิด
ปัญหาชีวิต จะเผยออก บอกตัวเองฯ





เรียนศาสนาที่ตาหู

เรียนศาสนา นั้นต้องมี ที่ตาหูฯ
เมื่อให้เกิด ทุกข์อยู่ ทุกสถาน
เรียนให้รู้ ตรงที่จะ ชักสะพาน
อย่าให้เกิด อาการ มารรบกวน
เรียนตรงตรง ลงไป ที่ตัวทุกข์
ดูให้ถูก กรรมวิธี กี่กระสวน
สะกัดกั้น การปรุงแต่ง แห่งกระบวน
จิตปั่นป่วน สงบได้ ทุกข์หายไป




เรียนศาสนา

คำนี้ฟัง วนเวียน "เรียนศาสนา"
ไม่แน่ว่า เรียนอะไร ทำไมหนอ
เรียนนักธรรม เรียนบาลี ยังมิพอ
ก็เรียนต่อ กัมมัฏฐาน การวิปัสสนา
เรียนเรียนไป ก็ได้ สักว่าเรียน
บ้างก็เปลี่ยน เป็นอาพาธ บ้าศาสนา
มีหลายอย่าง บ้าระห่ำ เกินธรรมดา
กระทั่งบ้า ลาภยศ อดนิพพาน
เรียนศาสนา นั้นต้องมี ที่ตาหูฯลฯ
ไม่ให้เกิด ทุกข์อยู่ ทุกสถาน
เรียนให้รู้ ตรงที่จะ ชักสะพาน
อย่าให้เกิด อาการ มารรบกวน
เรียนตรงตรง ลงไป ที่ตัวทุกข์
ดูให้ถูก กรรมวิธี กี่กระสวน
สะกัดกั้น การปรุงแต่ง แห่งกระบวน
จิตปั่นป่วน สงบได้ ทุกข์หายไปฯ




เรียนธรรมะกับเรียนปรัชญา

เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา
ที่เทียบกับ คำว่า ฟิโลโซฟี่ส์
ยิ่งพลาดจาก ธรรมะ ที่ควรมี
เพราะเหตุที่ ยิ่งเรียนไป ยิ่งไม่ซึม
เพราะเรียนอย่าง คำนวณสิ่ง ไม่มีตัว
สมมติฐาน เอาในหัว อย่างครื้มครึ่ม
อุปมาน อนุมาน สร้างทึมทึม
ผลออกมา งึมงึม งับเอาไป
เรียนธรรมะ มีวิถี วิทยาศาสตร์
มีตัวธรรม ที่สามารถ เห็นชัดใส
ไม่คำนวณ หากแต่มอง ลองด้วยใจ
ส่องลงไป ตามที่อาจ ฉลาดมอง
จะส่วนเหตุ หรือส่วนผล ยลประจักษ์
เห็นตระหนัก ว่าอะไร อย่างไรสนอง
แก่คำถาม แจ้งถนัด ชัดทำนอง
ตามที่ต้อง ปฏิบัติ ชัดลงไปฯ


ภาพถ่ายโดย ชัยวัฒน์  ทองพริก จาก Nikon และ N 70

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม ชุดที่ ๑/๓ หมวดเรียนศาสนา

หัวข้อธรรมคำกลอน พุทธทาส ภาพประกอบธรรม ชุดที่ ๑/๓
หมวดเรียนศาสนา

หัวข้อธรรมประเภทนี้ มีไว้สำหรับใช้เพ่งเพื่อให้เห็น ข้อเท็จจริงแห่งข้อความนั้น
แล้วเพ่งต่อไป เพื่อให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น ขึ้นมาจริงๆจนจิตใจเปลี่ยนไป ตามข้อเท็จจริงนั้น
ในการที่จะทำให้เกิด ความสลดสังเวช ความไม่ประมาทการเปลี่ยนนิสัยที่ไม่พึงปราถนา
กวาดล้า่งความรู้สึก ที่ทำความรำคาญให้แก่ตน ให้หมดไปจากจิตใจเพื่อให้เกิดความสะอาด ความสว่างและความสงบโดยสมควรแก่การกระทำของตนความรู้ความเข้าใจ ที่เกิดจากการเพ่งทำนองนี้ จะถูกต้องและมีประโยชน์กว่าที่เกิดจากการอ่านตะพึดและยังเป็นการปฏิบัติกรรมฐานภาวนาชนิดหนึ่งอยู่ในตัวทั้งสมาธิและปัญญา ในระดับที่คนทั่วไปจะพึงทำได้และพร้อมกันนั้นก็เป็นศีลอยู่แล้ว
ในขณะที่มีการสังวรระวัง บังคับตัวเองให้ทำเช่นนั้นไม่มีโอกาสแก่การทุศีลแต่ประการใด


มีธรรมเป็นอาภรณ์

คนไร้ธรรม ฟั่นเฟือน เหมือนเปลือยกาย
มันน่าอาย อวดได้ ไม่คลื่นเหียน
คนมีธรรม รู้อาย ไม่ว่ายเวียน
จุ่งดูให้ แนบเนียน มีอาภรณ์

อาจสุขเย็น เห็นประจักษ์ เพราะรักตัว
ไม่เมามัว รักกิเลส เป็นเหตุถอน
ตนออกจาก ความจริง สิ่งถาวร
จนเห็นกง- จักรร้อน เป็นดอกบัว

ความเห่อเหิม เพิ่มตัณหา ให้กล้าจัด
เหมือนหลงสร้าง สมบัติ ไว้ทูนหัว
ยิ่งมีมาก หนักมาก ยิ่งยากตัว
ทั้งยิ่งกลัว ความวิบัติ ขึ้นบัดดล



ประชดธรรม

ประชดธรรม คำนี้ มีความหมาย
ที่เปรียบได้ เป็นอุปมา ห้าสถาน
ประชดน้ำ พร่ำแต่ดื่ม น้ำล้างจาน
เปรี้ยวหรือหวาน เขาก็รู้ อยู่แก่ใจ

ประชดลม ก็อมอุจ- จาระพ่น
ตลบมา หน้าของตน ก็พ่นใหญ่
 ประชดบาป นำมาอาบ นาบหทัย
ประชดไฟ ให้สาสม แก่ยมบาล

ประชดกรรม นำกิเลส มาไล้หัว
ทั้งเนื้อตัว แมมมอม จอมกล้าหาญ
อย่ามาเตือน ทั้งบิดา หรืออาจารย์
ยอมวายปราณ รวมหมด ประชดตนฯ






มังคุดธรรม

ไอ้จ๋อหนึ่ง กัดมังคุด ทั้งเปลือกฝาด
ก็อาละวาด ขว้างทิ้ง กลิ้งหลุนหลุน
ไอ้จ๋อหนึ่ง มีปัญญา รู้ค่าคุณ
หยิบบิดุน กินเนื้อใน ชื่นใจลิง

คนโง่งับ ศาสนา ร้องว่าฝาด
ก็อาละวาด โกรธใจ คล้ายผีสิง
สัตบุรุษ ขุดพระธรรม ได้ความจริง
ดื่มธรรมยิ่ง ดื่มสุข ทุกวันคืน

ลิงหรือคน ก็วิกล ได้ด้วยกัน
กลืนถูกมัน ก็กลืนคล่อง ไม่ต้องฝืน
กลืนทั้งเปลือก ตาเหลือก ตายทั้งยืน
กลืนเนื้อใน ชื่นมื่น รื่นเริงธรรมฯ

อ้างอิงจาก : หนังสือหัวข้อธรรมในคำกลอน, ประพันธ์โดย พระธรรมโกศาจารย์
ท่านเจ้าประคุณหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ สวนโมกขพลาราม ไชยา สุราษฏร์ธานี

ภาพถ่ายโดย ชัยวัฒน์ ทองพริก รุ่น Nikon

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

กลอนธรรม อ.พุทธทาส หมวด มองโลก ตอนที่ ๓ , ๔ กลอน

กลอนธรรม อ.พุทธทาส หมวด มองโลก ตอนที่ ๓ , ๔ กลอน
โลกนี้น่าขำ
  • โลกนี้มี แต่คนบ้า ไม่น่าอยู่
    จงมองดู ให้ดีดี มีข้อขำ
    คือตัวกู ที่เกิดอยู่ เป็นประจำ
    จงกระทำ อย่าให้เกิด ประเสริฐแล
  • อย่าปล่อยให้ อารมณ์ใด เข้ามาปรุง
    เป็นจิตยุ่ง วุ่นวาย หลายกระแส
    ว่างตัวกู จิตก็อยู่ เหนือโลกแท้
    ว่างกูแน่ ก็หยุดบ้า น่าขำเอย ฯ
โลกนี้พัฒนา
  • โลกฮึดฮัด พัฒนา บูชาโป๊
    เพราะเผลอโง่ ทีละนิด คิดไม่เห็น
    ไม่มีใคร ตำหนิใคร เพราะใจเป็น
    ในเชิงเช่น เดียวกัน ไม่ทันรู้
  • รัฐบาลไหน ในโลก สับโขกมัน
    ดูจะชอบ เหมือนกัน ทำไก๋อยู่
    พวกนักบวช แอบหา ภาพมาดู
    คุณครูรู้ พรางศิลปโป๊ โย้ได้ไกล
  • ความก้าวหน้า ทางเนื้อหนัง อย่างนี้เอง
    ครั้นพัฒนา จบเพลง ไม่ไปไหน
    บูชาโป๊ ถึงทูนหัว มั่วกันไป
    โลกยุคใหม่ ต้องไม่โง่ หยุดโป๊ที ฯ
เมื่อกิเลสยึดครองโลก
  • เมื่อกิเลส ไหลนอง ยึดครองโลก
    มันสุดแสน โสโครก ที่โกรกไหล
    เมื่อกระแส ไฟตัณหา ไหม้พาไป
    ทิ้งซากไว้ ระเกะระกะ อนิจจัง
  • กลับยกย่อง ว่านั้นสิ่ง ศิวิไลซ์
    ยั่วความใคร่ เพิ่มเหยื่อ แก่เนื้อหนัง
    เป็นเครื่องล่อ กามา บ้าติดตัง
    ทั่วโลกคลั่ง ก็ยิ่งคล้าย อบายภพ
  • ทั้งแก่เฒ่า สาวหนุ่ม ล้วนจนกาม
    เกลียดศีลธรรม เห็นเป็นหนาม ระคายขบ
    อาชญากรรม ลุกลาม สงครามครบ
    ร้อนตลบ โลกกิเลส สังเวชจริง ฯ

จะดูโลกแง่ไหนดี?
  • จงดูเถิด โลกนี้ มีหลายแง่
    ดูให้แน่ น่าสรวล เป็นชวนหัว
    หรือชวนเศร้า โศกสลด ถึงหดตัว
    ดูให้ทั่ว ถ้วนความ ตามแสดง
  • จะดูมัน แง่ไหน ตามใจเถิด
    แต่ให้เกิด ปัญญา มาเป็นแสง
    ส่องทางเดิน ชีวา ราคาแพง
    อย่าให้แพลง พลาดพลั้ง ระวังเอย ฯ

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น