จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทกลอน อ.พุทธทาส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทกลอน อ.พุทธทาส แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนธรรม อ.พุทธทาส เรื่อง เรียน เรียน อย่างไร อย่างที่สุด

กลอนธรรม อ.พุทธทาส เรื่อง เรียน เรียน อย่างไร อย่างที่สุด
เรียนธรรมะ
 
กลอน พุทธทาส เรียนธรรมะ

เรียนธรรมะ อย่าตะกละ ให้เกินเหตุ   จะเป็นเปรต หิวปราชญ์ เกิดคาดหวัง

อย่าเรียนอย่าง ปรัชญา มัวบ้าดัง        เรียนกระทั่ง ตายเปล่า ไม่เข้ารอย

 เรียนธรรมะ ต้องเรียน อย่างธรรมะ    เรียนเพื่อละ ทุกข์ใหญ่ ไม่ท้อถอย

    เรียนที่ทุกข์ ที่มีจริง ยิ่งเข้ารอย              ไม่เลื่อนลอย มองให้เห็น ตามเป็นจริง

ต้องตั้งตน การเรียน ที่หูตา ฯลฯ     สัมผัสแล้ว เกิดเวทนา ตัณหาวิ่ง

ขึ้นมาอยาก เกิดผู้อยาก เป็นปากปลิง เรียนรู้ยิง ตัณหาดับ นับว่าพอฯ  

เรียนปรัชญา

กลอน อ.พุทธทาส เรียนปรัชญา
  เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา     ที่เทียบกับ คำว่า ฟิโลโซฟี่

เรียนจนตาย ก็ไม่ได้ พบวิธี          ที่อาจขยี้ ทุกข์ดับ ไปกับกร

เพราะมันเรียน เพื่อมิให้ รู้อะไร     ชัดลงไป ตามที่ธรรม- ชาติสอน

มัวแต่โยก โย้ไป ให้สั่นคลอน       สร้างคำถาม ป้อนต้อน รอบรอบวง

ไม่อาจจะ มีวิมุตติ เป็นจุดจบ       ยิ่งเรียนยิ่ง ไม่ครบ ตามประสงค์

เป็นเฮโรอีน สำหรับปราชญ์ ที่อาจอง   อยู่ในกรง ปรัชญา น่าเอ็นดูฯ

เรียนแบบคันถธุระ

กลอน อ.พุทธทาส เรียนแบบคันถธุระ

  คันถธุระ คือเรียนร่ำ พระคัมภีร์      ที่ร้อยกรอง กันเต็มที่ ยุคทีหลัง
เป็นมัดมัด ตู้-ตู้ ดูมากจัง              เรียนจนคลั่ง เคลิ้มไคล้ ไปก็มี
ภาวนาว่า นางฟ้า ปิฎกไตร             จงผูกใจ ข้าฯไว้ ให้ถนัดถนี่
จะตายไป กี่ชาติ กี่ภพมี                ขอสมรส ด้วยวาณี ตลอดไป
เป็นการสืบ ศาสนา ปริยัติ             จะได้มี ปฏิบัติ ที่แจ่มใส
แต่ดูดู คล้ายจะมุด คุดอยู่ใน        ไม่อยากได้ พระนิพพาน สักท่านเดียวฯ  

เรียนวิปัสสนา

บทกลอน อ.พุทธทาส เรียนวิปัสสนา
เรียนวิปัสสนา เพิ่งมีมา ต่อภายหลัง      ไม่เคยฟัง ในบาลี ที่ตถา
ไม่แยกเป็น คันถะ วิปัสสนา            มีแต่ว่า ตั้งหน้า บำเพ็ญธรรม
เพราะทนอยู่ ไม่ได้ ในกองทุกข์        จึงได้ลุก จากเรือนอยู่ สู่เนกขัม
จัดชีวิต เหมาะแท้ แก่กิจกรรม         เพื่อกระทำ ให้แจ้ง แห่งนิพพาน
ในบัดนี้ มีสำนัก วิปัสสนา             เกิดขึ้นมา เป็นพิเศษ เขตสถาน
ดูเอาจริง ยิ่งกว่าครั้ง พุทธกาล          ขอให้ท่าน จริง, ดี มีวิปัสสนาฯ

(ขอความคิดเห็นจากผู้เข้าดูสักหน่อย เปิดบล้อกมา ความคิดเห็นมีน้อยมาก เหรอว่าใครจะไม่สนใจบทความธรรมะดีๆกันเสียแล้วเหรอนี้ ขอกำลังใจหน่อยน่ะ จะติก็ได้ไม่ว่ากัน )

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

กลอนธรรม อ.พุทธทาส หมวด มองโลก ตอนที่ ๒ , ๔ กลอน

โลกคือเครื่องลองและโรงละคร
  • โลกนี้คือ เครื่องลอง ของมารร้าย
    ไว้สอบไล่ ว่าใคร ยังหลงใหล
    ว่าใครบ้า ใครเขลา เฝ้าจมใน
    หล่มโลกใหญ่ ติดตัง ทั้งชั่วดี!
  • โลกนี้ ที่แท้คือ โรงละคร
    ไม่ต้องสอน แสดงถูก ทุกวิถี
    ออกโรงกัน จริงจัง ทั้งตาปี
    ตามท่วงที อวิชชา ลากพาไป!

โลกเปรียบมหาสมุทรและกรงไก่
  • โลกนี้เปรียบ ปานว่า มหาสมุทร
    ปลามนุษย์ ผุดว่าย อยู่ไหวไหว
    เพราะตัณหา หมื่นวิถี เข้าจี้ใจ
    วิ่งขวักไขว่ เหยื่อดี มีไม่พอ!
  • โลกนี้คือ กรงไก่ เขาใส่ไว้
    จะนำไป แล่เนื้อ ไม่เหลือหลอ
    จิกกันเอง ในกรง ได้ลงคอ
    เฝ้าตั้งข้อ รบกัน ฉันนึกกลัว!
โลกนี้คืออะไรแน่?
  • โลกเรานี้ ที่แท้ คือโรงละคร
    ไม่ต้องสอน แสดงถูก ทุกวิถี
    ออกโรงกัน จริงจัง ทั้งตาปี
    ตามท่วงที อวิชชา จะลากคอ
  • โลกนี้คือ กรงไก่ เขาใส่ไว้
    จะนำไป แล่เนื้อ ไม่เหลือหลอ
    จิกกันเอง ในกรง ได้ลงคอ
    เฝ้าตั้งข้อ รบกัน ฉันนึกกลัว เอยฯ
โลกกลียุค
  • โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
    ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
    จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
    เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว
  • กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
    มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
    สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
    เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ
  • มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
    สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
    เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
    แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯ

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

กลอนธรรม อ.พุทธทาส หมวด มองโลก ตอนที่ ๑ , ๓ กลอน


กลอนธรรม อ.พุทธทาส หมวด มองโลก
โลกเปรียบศาลาให้อาศัย
  • โลกนี้เปรียบ ศาลา ให้อาศัย
    ประเดี๋ยวใจ ผ่อนพัก แล้วจักผัน
    ทางที่ดี เมื่อพราก ไปจากมัน
    ควรสร้างสรร ส่งเสริม เพิ่มคะแนน
  • เมื่อเราได้ เกิดมา ในอาโลก
    ได้พ้นโศก พ้นภัย สบายแสน
    จึงควรสร้าง สิ่งชอบ ไว้ตอบแทน
    ให้เป็นแดน ดื่มสุข ขึ้นทุกกาล
  • คุณความดี ของท่าน กาลก่อนก่อน
    ที่ท่านสอน ไว้ประจักษ์ เป็นหลักฐาน
    เราเกิดมา อาศัย ได้สำราญ
    ควรหรือผ่าน พ้นไป ไม่คำนึง ฯ

โลกนี้คืออะไรแน่?
  • โลกนี้คือ ถ้ำมืด ไม่เห็นแสง
    ไม่มีความ แจ่มแจ้ง ไม่เฉลียว
    คิด-พูด-ทำ โมหา ไปท่าเดียว
    ลองคิดเที่ยว โลกสว่าง ข้างหน้ากัน!
  • โลกนี้คือ ร่มไม้ ได้อาศัย
    บัดเดี๋ยวใจ พักร้อน แล้วผ่อนผัน
    ออกไปสู่ โลกอื่น อีกหมื่นพัน
    ไยยึดมั่น หมายมี โลกนี้นาน!

โลกนี้คือทางผ่านและบทเรียน
  • โลกนี้เหมือน ทางผ่าน ที่รกเลี้ยว
    เพื่อทนสู้ อดเปรี้ยว ไปกินหวาน
    พ้นโลกนี้ มียิ่ง กว่าอ้อยตาล
    เมื่อพบพาน "อมฤ-ตโลกา!"
  • โลกนี้เพียง บทเรียน ให้เพียรอ่าน
    หมั่นวิจารณ์ ตื้นลึก รีบศึกษา
    ให้รอบรู้ แจ่มจน พ้นมายา
    แล้วโลกมา เป็นบ่าว เราร่ำไป!

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

กลอนธรรม พุทธทาส ศีลธรรมกลับมาเถิด

กลอนธรรม พุทธทาส ภิกขุ ชุด ศีลธรรม

ความหมายของศีลธรรม
  • ศีลธรรม ความปกติ ตามธรรมชาติ
    ศีลธรรม ตามอำนาจ คนจัดสรร
    ศีลธรรม คือสุข-สะดวก บวกเข้ากัน
    ศีลธรรม คนทุกวัน หันหัวลง
  • ศีลธรรม นำปุถุชน ดลอริยะ
    ศีลธรรม รวมฐานะ ที่พึงประสงค์
    ศีลธรรม ทุกทุกส่วน ล้วนเส้นตรง
    ศีลธรรม นำสูงส่ง ตรงต่อญาณ
  • ศีลธรรม ปริยัติ จัดฐานราก
    ศีลธรรม มีวิบาก ล้วนสุขศานติ์
    ศีลธรรม สะอาด สว่าง สงบ บรรจบงาน
    ศีลธรรม ส่วนอวสาน นิพพานแล ฯ

ศีลธรรมกลับมาเถิด!
  • กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
    กำลังเกิด ภัยร้าย อันใหญ่หลวง
    แก่สัตว์โลก ทั่วถิ่น จักรวาลปวง
    น่าเป็นห่วง ความพินาศ ฉกาจเกิน
  • กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
    ในโลกเกิด กลียุค อย่างฉุกเฉิน
    หลงวัตถุ บ้าคลั่ง เกินบังเอิญ
    มัวเพลิดเพลิน สิ่งกาลี มีกำลัง
  • กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
    ความเลวร้าย ลามเตลิด จวนหมดหวัง
    รีบกลับมา ทันเวลา พาพลัง
    มายับยั้ง โลกไว้ ให้ทันกาล ฯ


ศีลธรรมกับคน  
  • ศีลธรรมเลว คนก็ได้ กลายเป็นผี
    หาความดี ไม่ประจักษ์ สักเส้นขน
    ศีลธรรมดี ผีก็ได้ กลายเป็นคน
    ที่เลิศล้น ภูมิใจ ไหว้ตัวเอง
  • ศีลธรรมต่ำ เปลี่ยนคน จนคล้ายสัตว์
    จะกินกัด โกงกัน ขมันเขม็ง
    ศีลธรรมสูง คนสดใส ไม่อลเวง
    ล้วนยำเกรง กันและกัน ฉันเพื่อนตาย
  • ศีลธรรมนี้ ทุกวัน มันตายซาก
    คนมีปาก ก็ไม่พล่าม ศีลธรรมหาย
    ศีลธรรมกลับ มาเมื่อไร ทั้งใจกาย
                                                คนจะหาย จากทุกข์ เป็นสุขเอง ฯ


ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา
  • ถ้าศีลธรรม ไม่กลับมา โลกาวินาศ
    มนุษยชาติ จะเลวร้าย กว่าเดรัจฉาน
    มัวหลงเรื่อง กิน กาม เกียรติ เกลียดนิพพาน
    ล้วนดื้อด้าน ไม่เหนี่ยวรั้ง บังคับใจ
  • อาชญากรรม เกิดกระหน่ำ ลงในโลก
    มีเลือดโชก แดงฉาน แล้วซ่านไหล
    เพราะบ้ากิน บ้ากาม ทรามเกินไป
    บ้าเกียรติก็ พอไม่ได้ ให้เมาตน
  • อยากครองเมือง ครองโลก โยกกันใหญ่
    ไม่มีใคร เมตตาใคร ให้สับสน
    ขอศีลธรรม ได้กลับมา พาหมู่คน
    ให้ผ่านพ้น วิกฤตการณ์ ทันเวลา ฯ

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น