จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แบบทดสอบทายใจจิตวิทยา ว่าเราเป็นคนที่ขี้เหงาหรือเปล่า

แบบทดสอบทายใจจิตวิทยา ว่าเราเป็นคนที่ขี้เหงาหรือเปล่า 



      เพลงประกอบซ้ำเติมความเหงาครับ ชื่อ เพลง เหงา ของ พีชเมเกอร์ ประกอบบทความครับ
 ทำไมชีวิตเราถึงขาดสีสัน หรือขาดชีวิตชีวา เอ้ะเราต้องการอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อมาคลายบางสิ่งบางอย่างที่เรามีความรู้สึกว่ามันขาดๆไป มาเติมเต็ม หรือตอบสนองสิ่งที่เรียกว่าความเหงา และเรา เหงา อยู่หรือเปล่าน่ะ อาจไม่รู้ตัว ดังนั้นมาพิสูจน์กัน  เลือกข้อคำตอบในคำถามต่อไปนี้ แต่ล่ะข้อ ซึ่งมี 20 ข้อ และทำตามขั้นตอนที่ตัวคำตอบนั้นบอกอีกทีหนึ่ง และคำตอบจะพาคุณไปดู คำเฉลยทายจิตวิทยา

1. คุณชอบไปชมภาพยนตร์คนเดียว

ใช่ ไปที่ข้อ 2
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 6

2. ชอบความครื้นเครงสนุกสนาน

ใช่ ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 3

3. ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน

ใช่ ไปที่ข้อ 8
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 4

4. ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว

ใช่ ไปที่ข้อ 5
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 9

5. ชอบทานข้าวคนเดียว

ใช่ ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 9

6. เมื่อไปทานข้าวนอกบ้านต้องมีคนเป็นเพื่อน

ใช่ ไปที่ข้อ 11
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 7

7. ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ

ใช่ ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 8

8. เมื่ออารมณ์ไม่ดีมักจะไปหาเพื่อน

ใช่ ไปที่ข้อ 13
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 9

9. ชอบพูดคุยเล่นทางโทรศัพท์

ใช่ ไปที่ข้อ 14
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 10

10. ชอบเดินเล่นคลายกลุ้มคนเดียว

ใช่ ไปที่ข้อ 15
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 14

11. ชอบนั่งคิดคนเดียว

ใช่ ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 16

12. ต้องการความรู้สึกปลอดภัยมาก

ใช่ ไปที่ข้อ 17
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 13

13. มีของดีๆ ต้องแบ่งกัน

ใช่ ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 14

14. หวังอยากให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจคุณ

ใช่ ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 19

15. เบื่อหน่ายเพื่อนที่มารบกวนถึงบ้าน

ใช่ ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 19

16. เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กต่างๆ ต้องหาเพื่อน

ใช่ ไปที่ข้อ A
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 17

17. คิดจะไปหาเพื่อนก็กลัวถูกปฎิเสธ

ใช่ ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 18

18. ต้องพบหน้าเพื่อนทุกวัน

ใช่ ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ C

19. พยายามที่จะไม่ไปรบกวนผู้อื่น

ใช่ ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ 18

20. ไม่ยืมเงินผู้อื่นโดยเด็ดขาด

ใช่ ไปที่ข้อ D
ไม่ใช่ ไปที่ข้อ A



-----เฉลยคำตอบ-----

A. ประเภทพึ่งพาอาศัย

คุณชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อน ไม่ว่าจะไปชมภาพยนตร์ หรือไปชอปปิ้ง คุณต่างชอบให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนคุณ โดยเฉพาะในขณะที่อารมณ์คุณดีหรือไม่ดี คุณยิ่งต้องการให้เพื่อนๆ อยู่ข้างๆ โดยปกติคุณจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่าต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อน เพียงแต่มีความรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนโชคดี ที่มีเพื่อนดีๆ มากมายเช่นนี้ แต่ถ้าวันใดที่คุณทะเลาะกับเพื่อน หรือติดธุระไปไหนกับเพื่อนไม่ได้ คุณจะรู้สึก โดดเดี่ยว เงียบเหงาอย่างยิ่ง ขณะนี้คุณจึงยอมรับว่าคุณเป็นประเภทพึ่งพาอาศัยเพื่อน

B. ประเภทเปล่าเปลี่ยวใจ

ความเปล่าเปลี่ยวใจคือโรคจิตของคุณชนิดหนึ่ง และคือโรคประจำตัวของคุณ ภายในใจของคุณกลัวถูกเพื่อนๆ หรือ หมู่คณะทอดทิ้งด้วยเหตุนี้ คุณจึงพยายามรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ คน ไม่กล้าทำให้ผู้อื่นโกรธเคือง เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะว่าคุณขาดความเชื่อมั่นในตนเองเพราะฉะนั้นจึงต้องการให้ผู้อื่น ให้ความมั่นใจแก่คุณ ด้วยเหตุนี้แม้ความเคลื่อนไหวบางอย่าง ที่คุณไม่ชื่นชอบ แต่คุณก็ต้องจำใจเข้าร่วม มิเช่นนั้น คุณก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ทางด้านมนุษยสัมพันธ์ อาจกล่าวว่า คุณไม่มีความรู้สึกปลอดภัย และเป็นคนไม่มีบุคลิกภาพ

C. ประเภทระบายความในใจ

ในชีวิตแห่งความเป็นจริงคุณมีอิสระมาก แต่ว่าทางด้านจิตใจคุณยังต้องการความสนับสนุนจากเพื่อน ปกติอยู่คนเดียวคุณจะไม่รู้สึกเหงา การเคลื่อนไหวก็อิสระ ไม่ได้พบหน้าเพื่อนที่ดีเดือนสองเดือน ก็ไม่รู้สึกเงียบเหงา แต่พวกคุณยังคงรักใคร่สนิทสนมกันเหมือนเดิม บางครั้งมีธุระหรือไม่สบายใจ พวกคุณก็นัดพบปะพูดคุยกัน ถ้าหากอยู่ห่างกันไม่สะดวกในการนัดพบ ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือจดหมาย แม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากันแต่พลังจิต ที่ได้รับอาจได้มากกว่าพบหน้ากันทุกวัน คุณจึงไม่ต้องอยู่กับเพื่อนคุณทุกวัน รูปแบบของการพบเพื่อนประเภทคุณคือ ต่างคนต่างอยู่แต่จิตใจทะลุถึงกัน คือคนประเภทระบายความในใจ

D. ประเภทอิสระเสรี

คุณคือแบบอย่างของคนใจเพชร คุณไม่ชอบให้ผู้อื่นติดสอยห้อยตาม คุณเป็นคนปิดตัวเอง คุณไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนง่ายๆ ทางด้านจิตใจของคุณมักจะรู้สึกการเป็นหนี้บุญคุณ และเป็นการลดคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลง ผู้คนที่ไม่เข้าใจคุณจะคิดว่า คุณเป็นคนมีนิสัยสันโดษ และเอาแต่ใจตัวเอง แต่ผู้คนที่เข้าใกล้คุณมักจะชมเชยความเด็ดเดี่ยวของคุณ นิสัยและชีวิตของคุณมีเสน่ห์รัดรึงใจมาก

 โดนอีกแล้วครับท่าน ทายถูกนิสัยจริงๆอีกแล้ว แท้จริงผมก็รู้อยู่น่ะว่าผมเป็นคนอย่างไร  แต่ทดสอบความแม่นและเเม่นจริงๆ เดียวเอาไปช่วยเพื่อนมันสักหน่อย ไปทายมัน เพราะมันเองไม่ค่อยรู้ตัวสักเท่าไหร คือ อ่านตัวเอง ไม่ออก บอกตัวไม่ได้ ใช่ตัวไม่เป็น ต้องไปเหยียวยาเพื่อนก่อนครับ เดียวจะเหงาไปมากกว่านี้ ฟังเพลงประกอบแล้วช่างซ้ำเติมจิตใจจริงๆ เอาครับลอง ก้อปปี้ไปดู ไปทายสนุกๆกับคนใกล้ชิดเรา สร้างการรู้นิสัย สร้างมิตรภาพที่ดีขึ้น ในบล้อกนี้มีบททายใจจิตวิทยาอีกมากลองค้นหาดูน่ะครับ

แบบทดสอบทายใจจิตวิทยา ว่าชาวบ้านเขามองเรากันอย่างไร

แบบทดสอบจิตวิทยาว่าคนอื่นๆรอบข้างเขามองเรากันอย่างไร
เพลง อย่ามองตาได้ไหม อย่าทำให้ฉันรักเธอ  เปิดประกอบการอ่าน  เเละคนอื่นเขามองตาเราอย่างไร ลองทดสอบดู  เลือกข้อที่ว่าใช่ที่สุดสำหรับเรา ข้างหลังตัวเลือกแต่ล่ะข้อ มีคะเเนนกำกับอยู่ ให้จดหรือนับคะเเนนนั้น มารวมกันเมื่อครบจำนวนข้อ และดูเฉลยข้างล่าง
  1. เวลาไหนที่คุณรู้สึกดีที่สุด
ก. ตอนเช้า (2)
ข. ตอนโพล้เพล้ (4)
ค. ตอนดึก (6)

2. ลักษณะการเดินของคุณ
ก. ค่อนข้างเร็ว โดยก้าวยาว ๆ (6)
ข. ค่อนข้างเร็ว โดยก้าวสั้น ๆ แต่ว่องไว (4)
ค. ไม่เร็วมาก หน้าเชิด มองตรง (7)
ง. ไม่เร็วมาก ก้มมองพื้น (2)
จ. ช้ามาก (1)

3. ขณะที่คุณพูดคุยกับคนอื่น คุณมักจะ...
ก. ยืนกอดอก (4)
ข. ยืนล้วงกระเป๋า (2)
ค. ท่ายืนเท้าเอว (5)
ง. สัมผัสหรือเอามือดันคนที่คุณคุยด้วย (1)
จ. เล่นผม หู จมูก หรือตัวของคุณเอง (6)

4. ท่านั่งที่คุณชอบทำเสมอ ๆ
ก. นั่งงอเข่าขาชิด (4)
ข. นั่งไขว่ห้าง (6)
ค. นั่งเหยียดขาตรง (2)
ง. นั่งทับขาไว้ข้างหนึ่ง (1)

5. ลักษณะการหัวเราะของคุณเป็นแบบ....
ก. หัวเราะเสียงดังอย่างเปิดเผย (6)
ข. หัวเราะไม่ดังนัก (4)
ค. หัวเราะในลำคอ (3)
ง. ยิ้มน้อย ๆ (2)

6. เวลาไปงานปาร์ตี้ คุณมักจะ.....
ก. ปรากฏกายให้เป็นที่สนใจของทุกคน เพื่อคนจะได้รู้ว่า "ชั้นมาแล้วน๊ะย๊ะ" (6)
ข. เข้าไปเฉย ๆ แล้วมองหาคนทีรู้จัก (4)
ค. เข้าไปเงียบ ๆ พยายามไม่ให้คนอื่นมาสนใจคุณ (2)

7. คุณกำลังใช้สมาธิในการทำงาน บังเอิญมีผู้ร่วมงานมาคุยด้วย คุณจะ....
ก. รีแล๊กซ์ พูดคุยเล่นหัว สักพักค่อยกลับไปทำงานต่อ (6)
ข. ไม่คุย ไม่สน ชั้นจะทำงาน ไปไกล ๆ (2)
ค. ทำงานไปด้วยพร้อมกับคุยด้วย (4)

8. สีที่คุณโปรดปรานที่สุด
ก. แดงหรือส้ม (6)
ข. ดำ (7)
ค. เหลืองหรือฟ้าอ่อน (5)
ง. เขียว (4)
จ. น้ำเงินเข้มหรือม่วง (3)
ฉ. ขาว (2)
ช. น้ำตาลหรือเทา (1)

9. ท่าสุดท้ายก่อนจะเคลิ้มหลับ
ก. นอนหงายกายเหยียดตรง (7)
ข. นอนคว่ำ (6)
ค. นอนตะแคง งอเข่าเล็กน้อย (4)
ง. ใช้มือหนุนศรีษะเอาไว้ (2)
จ. นอนคลุมโปง (1)

10. ขณะที่หลับ คุณมักจะฝันว่า....
ก. ตกจากที่สูง (4)
ข. ต้องต่อสู้ดิ้นรน (2)
ค. ตามหาของบางอย่าง หรือคนบางคน (3)
ง. ขึ้นเครื่องบินหรือนั่งเรือ (5)
จ. ไม่ฝันอะไรเลย (6)
ฉ. ฝันว่าตนเองมีความสุข (1)
เสร็จแล้วรวมคะเเนนกันครับ รวมให้ชัดเจน แล้วมาดูระดับคะเเนนกันว่าอยู่ระดับของการทายแบบใด
๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏

คะแนน

มากกว่า 60 คะแนน:
คนอื่นมักจะมองว่าคุณเป็นคนที่เขาควร "สนใจ"
คุณดูเป็นคนที่มีอำนาจ ลึกลับ น่าสนใจ
บางคนอาจจะชื่นชมคุณ ปรารถนาอยากใกล้ชิดคุณ
แต่บางคนจะไม่ค่อยไว้ใจคุณมากเท่าที่ควร
เพราะลักษณะของคุณเป็นคนลึกลับ

51-60 คะแนน:
คนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนสนุกสนาน
อารมณ์และบุคลิกปรวนแปร เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาง่าย
มีธรรมชาติความเป็นผู้นำสูง ตัดสินใจรวดเร็ว
ซึ่งอาจจะไม่เข้าท่าในบางครั้ง
คุณเป็นคนสำคัญ น่าค้นหา กล้าคิดกล้าทำ
เป็นนักผจญภัย คนรอบข้างอยากเป็นเพื่อนกับคุณ
เพราะนิยมชมชอบความน่าสนใจในตัวคุณ

41-50 คะแนน:
คนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนร่าเริง สนุกสนานกับชีวิต
รวยเสน่ห์และอารมณ์ขัน เป็นคนน่าสนใจ
คุณมักจะเป็นจุดสนใจของชาวบ้านเสมอ
คนรอบข้างมองว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดี
น่าเชื่อถือ เข้าอกเข้าใจคนอื่น
มักจะเป็นกำลังใจ และชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ

31-40 คะแนน:
คนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนอ่อนไหว ระแวดระวัง
เป็นนักกิจกรรม คนรอบข้างมองว่าคุณฉลาด
มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ คุณเป็นคนเฉย ๆ
คนอื่น ๆ เลยไม่ค่อยกล้าจะเข้าใกล้คุณมากนัก
แต่คุณเป็นคนที่ซื่อสัตย์และยุติธรรมกับเพื่อน ๆ
คนที่รู้จักคุณดีเท่านั้นที่จะรู้ว่า
ไม่มีอะไรมาทำลายความเป็นเพื่อนของคุณได้
แต่ถ้าคุณดดนเพื่อนหักหลัง คุณจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

21-30 คะแนน:
คนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนขยันหมั่นเพียร
และเจ้ากี้เจ้าการ เป็นคนระมัดระวัง และรอบคอบสุดฤทธิ์
คุณมักจะก้าวช้า ๆ แต่มั่นคง เพื่อน ๆ จะงงมาก
หากคุณทำอะไรแบบหุนหันพลันแล่น
คนรอบข้างหวังจะให้คุณมองทุกมุมก่อนที่จะปฏิเสธสิ่งใด
เพราะคุณเป็นคนที่ขี้ระแวงเกินไปนิ๊ดนึง

ต่ำกว่า 21 คะแนน:
คนอื่นคิดว่าคุณเป็นคนขี้อาย ขี้กลัว
ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งใดๆ
เป็นคนที่เพื่อน ๆ มักจะเป็นห่วงมาก
และมักจะคอยประคบประหงมเป็นไข่ในหิน
และต้องให้คนอื่นช่วยตัดสินใจเสมอ


ผมรู้สึกว่าเพื่อนๆมองผมอย่างที่คำทายจิตวิทยาบอกจริงๆแม่นอีกแล้วครับของผม และของพวกคุณละครับ อย่างน้อยเราก็จะรู้ว่าคนอื่นเขามองเราอย่างไร ถ้าแง่ดีก็ดีไป แง่เสียก็ปรับปรุง  ในบล้อกนี้มีการทดสอบจิตวิทยาอีกมากครับลองค้นหาดู

แบบทดสอบทายใจจิตวิทยา ว่าชาติที่เเล้วคุณมีชีวิตแบบไหน

ชาติที่แล้วคุณมีชีวิตแบบไหน

                      
 เพลง เธอเห็นท้องฟ้านั้นไหม เปิดฟังสบายๆ ขณะอ่านบทความ ครับ

อ่านคำถามน่ะครับ แล้วเลือกข้อที่คุณว่าน่าจะใช้ที่สุดที่เข้ากับนิสัยคุณ อย่าคิดนาน เอาความรู้สึกแบบเร็วๆ เลือกแล้วจับนดินสอ ปากกา จดข้อที่เลือก แล้วเอาคำตอบไปรวมกัน และประมวลเฉลยนิสัยเราตาม คำตอบข้างล่าง และจะรู้ว่าชาติที่เเล้วเรามีชีวิตแบบใด เอาสนุกๆน่ะครับไม่ซีเรียส ท่องเที่ยวใต้สู่แดนธรรม สาระจิตวิทยา ขอต้อนรับครับ

      1. รายการทีวี.ที่คุณดูเป็นประจำคือ?

          A. ภาพยนตร์หรือละคร
          B. รายการเพลง
          C. เกมโชว์

      2. ถ้าไปเที่ยวสวนสนุก คุณอยากจะเล่นเครื่องเล่นอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

          A. ม้าหมุน
          B. กระเช้าลอยฟ้า
          C. รถไฟเหาะ

      3. ในวันอาทิตย์หรือวันหยุดคุณมักจะ?
          A. ดูทีวี. วีดีโอหรือฟังเพลงทั้งวัน
          B. ทำการบ้าน ทำรายงานและท่องหนังสือ
          C. ออกไปข้างนอกช้อปปิ้งหรือดูหนัง

      4. ถ้าจะออกไปทานอะไรกันนอกบ้านกับเพื่อน คุณจะเลือกร้านที่?

          A. ร้านไอศกรีม ที่ไอศกรีมอร่อยและบรรยากาศ ดี ๆ น่านั่งนาน ๆ
          B. ร้านฟาสต์ฟู้ดที่วางตัวสบาย ๆ อาหารก็ได้ทานอย่างรวดเร็วทันใจ
          C. ร้านอาหารประเภทที่ปิ้ง ย่าง ลวก และทำเองกันบนโต๊ะอาหาร

      5. วิชาที่คุณชอบและถนัดคือทำคะแนนได้ดีคือ?

          A. ภาษาหรือสังคมวิทยาที่ให้ความรู้สึกถึงอุดมการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน
    B. คณิตศาสตร์และวิทยาศสตร์ซึ่งมีหลักการตั้งอยู่บนฐานของความเป็นจริงและพิสูจน์ได้
C. วิชาพละและการเรือนหรือหัตถกรรมที่ต้องลงมือลงแรงทำเอง ซึ่งจะออกหัวหรือก้อยนั้นไม่ลองไม่รู้

      6. เมื่อคุณปิ๊งใครสักคน คุณมักจะ?

          A. ฝันเฟื่องไปกับความรู้สึกปลื้มที่ตกหลุมรักเขาหรือเธอข้างเดียว
          B. พยายามทำตัวให้อีกฝ่ายมาสนใจและนึกชอบบ้าง

      7. ถ้าให้หาคำอีก 1 คำมารวมกับคำว่า "ดอกไม้" คุณจะเลือกคำไหน?

          A. สวนดอกไม้
          B. แจกันดอกไม้
          C. ดอกไม้ประดิษฐ์

      8. ถ้าให้คุณคิดคำขวัญสำหรับเขียนในโปสเตอร์รณรงค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คุณจะเขียนว่า?

          A. ร่วมมือกันช่วยเหลือโลก โอเอซิส และจักรวาลให้พ้นภัย (โอเอซิส คือแหล่งน้ำและพืชพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์เล็ก ๆกลางทะเลทรายที่ว่าโลกเป็นโอเอซิสของจักรวาล ก็เพราะอุดมสมบูรณ์เป็นจุดเล็ก ๆ ท่ามกลางจักรวาลที่เวิ้งว้าง)
          B. ต้นไม้ในป่าถูกตัด 1 ต้น ในทุก ๆ นาที
          C. มาปลูกต้นไม้และพืชใบเขียวเพื่ออนาคตของโลกกันเถอะ

      9. ถ้าคุณถูกล็อตเตอรี่จำนวน 1 แสนบาท คุณจะเอาเงินนั้นไป?

          A. ซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวดี ๆ แพง ๆ
          B. ฝากธนาคารไว้อย่างเหนียวแน่น
          C. ไปเที่ยวต่างประเทศ

      10. ถ้าคุณกับบอยเฟรนด์ (เกิร์ลเฟรนด์) ได้ไปออกเดทดูหนังกันเป็นครั้งแรก คุณจะเลือกดู?

          A. หนังแบบที่ตัวเองโปรด
          B. ตามใจอีกฝ่ายเป็นหลัก
          C. หนังสยองขวัญตื่นเต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนจะชอบกัน เราเองก็อยากดู

      11. ถ้าให้คุณเลือกคนรักจาก 3 คนนี้ คุณจะเลือกใคร?

         A. ผู้หญิง : เจ้าชายไร้บัลลังก์ที่ร่ำรวย
          ผู้ชาย : เจ้าหญิงที่พระชนกชนนีถูกบีบให้ออกจากประเทศแต่ฐานะระดับเศรษฐี

         B. ผู้หญิง : หนุ่มหน้าตางั้น ๆ แต่เป็นนักธุรกิจมือฉมังมีทุนอื้อซ่า
          ผู้ชาย : สาวทายาทมรดกหมื่นล้าน

        C. ผู้หญิง+ผู้ชาย : ศิลปินผู้มีอนาคตสดใส ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี จิตรกร หรือนักเต้นรำ ฯลฯ

      12. ถ้าให้คุณเป็นเพื่อนกับพระเอกการ์ตูนสักคน คุณจะเลือกเป็นเพื่อนกับ?

          A. ผีใจดีอย่างโคทาโร่
          B. ฮีโร่ทั้งเก่งทั้งหล่ออย่างเซ้นท์เซย่า
          C. เจ้าแมวที่ช่วยอะไรให้เราได้แทบทุกอย่าง ๆ โดราเอมอน





         ถ้าได้แล้วมานับรวมคำตอบกันแล้วดูเฉลยข้างล่าง
 นับคะแนน นับข้อ A., B. และ C. ที่คุณเลือกมาจากทั้ง 12 ข้อข้างต้นนี้ว่าได้อย่างละเท่าไหร่

          ได้ A. มากที่สุด = แบบ A
          ได้ B. มากที่สุด = แบบ B
          ได้ C. มากที่สุด = แบบ C
          A.B. มากเท่ากัน = แบบ D
          A.C. มากเท่ากัน = แบบ E
          B.C. มากเท่ากัน = แบบ F
          A.B.C. มากเท่ากัน = แบบ G

         ... คุณจะได้รู้กันล่ะว่าชาติก่อนคุณมีชีวิตแบบไหน ...เตรียมใจอ่านครับ

          แบบ A ชีวิตที่คอยไขว่คว้าความรู้ด้านศิลปะและวรรณกรรม
          เมื่อชาติก่อน ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นคนที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์และความรู้ความสามารถในด้าน ศิลปะ ดนตรี หรือวรรณกรรม ซึ่งให้ทั้งความฝันและความสร้างสรรค์อันแปลกใหม่กับมวลมนุษย์ แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของคุณไม่ทำให้ผลงานของคุณเป็นที่รู้จักเลย ยิ่งตัวคุณด้วยแล้ว ยิ่งเป็นศิลปินที่แทบไม่มีคนเคยได้ยินชื่อ เชื่อว่า ผลงานของคุณยังคงมีหลงเหลืออยู่ในรูปของผลงานที่ไม่มีใครไปค้นพบหรือสนใจ
          ด้วยเหตุนี้ ชาตินี้ของคุณจึงมีอะไรบางอย่างที่เป็นความหวังรวมทั้งความกลัดกลุ้มอยู่ลึก ๆ ที่อยากจะประกาศตัวให้โลกรู้ถึงความสามารถของตัวเอง อยากเด่นอยากดัง ในขณะที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่เก่งเลยกับการฉวยหรือหาโอกาสให้ตัวเองด้วย เพื่อให้พ้นจากสภาพนี้ คุณควรจะเลิกจมปลักอยู่กับความฝันและวิมานในอากาศเสียที ลุกขึ้นต่อสู้กับความจริงและแตะเท้าทั้งสองข้างให้ติดพื้น แล้วคุณจะไม่ต้องมีอะไรติดใจไปจนถึงชาติหน้า

          แบบ B ชีวิตที่เอาเป็นเอาตายกับการศึกษาค้นคว้าวิชาการ
          คุณเป็นคนเอาจริงเอาจัง ขยันและหัวดีมากในชาติก่อน รู้สึกว่าคุณจะเป็นคนในฐานะผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญกับเรื่องวิชาการหรือหมอสอน ศาสนาผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง แต่คุณทุ่มเทชีวิตให้กับวิชาความรู้จนเกินไป จึงไม่ค่อยจะมีการคบหาสมาคมกับบุคคลอื่น ๆ วิชาความรู้ที่ค้นคว้าได้มาจึงถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอกไม่เต็มที่เท่าที่ควร ในชาตินี้ คุณก็ยังคงเป็นคนขยัน รักเรียน อยากรู้อยากเก่งไปหมด ในขณะเดียวกันก็เป็นคนหัวรั้นและชอบที่จะเก็บตัวเองในโลกส่วนตัว ไม่อาจเปิดเผยหรือเปิดใจกับใคร ๆ ได้
          เพื่อให้คุณได้มีสายตาที่กว้างไกลมากกว่านี้ คุณควรเป็นคนเปิดเผยและแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาให้มาก ๆ

          แบบ C ชีวิตที่สุขสบายและใช้อำนาจอย่างเต็มที่
          เมื่อชาติก่อน คุณใช้ชีวิตอย่างผาดโผน ไม่ต้องเกรงกลัวใคร ในฐานะนักปกครองหรือผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ก็เป็นภรรยาของคนใหญ่คนโตในรั้วในวังที่มีอำนาจอิทธิพลอย่างเต็มเปี่ยม ไม่มีใครขวางทางคุณได้ คุณจึงใช้อำนาจวาสนาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า จนมองข้ามพลังความสามารถและพรสวรรค์ ที่น่าจะทำให้คุณมีอำนาจอย่างน่ายอมรับกว่าเสียด้วยซ้ำ ในที่สุดชีวิตคุณก็จบลงพร้อมกับชื่อเสียงที่ไม่ดีนักในความบ้าอำนาจของคุณ
          มาในชาตินี้ คุณก็ยังคงได้รับการสืบทอดนิสัยที่ร่าเริงเบิกบาน ชอบคิดชอบทำไม่เคยอยู่นิ่งเฉย แต่บางครั้งคุณจะแถมพกความกลุ้มใจมาด้วยที่ไม่อาจใช้ความสามารถที่มีอยู้ให้ เกิดประโชยน์อย่างเต็มที่อีกทั้งยังเป็นคนที่เอาแต่ใจตัว จนบางครั้งเพื่อน ๆ พากันเอือมระอาด้วย
          เพื่อให้พ้นจากสภาพดังกล่าวนี้ คุณจะต้องหมั่นหาวิชาความรู้ใส่ตัวให้มากกว่านี้ หรือไม่ก็ยอมลดความอยากเด่นอยากชนะลงด้วย แล้วคอยเป็นกำลังหนุนให้กับเพื่อนที่เขามีความรู้ความสามารถ

          แบบ D ชีวิตที่อยู่กับการประดิษฐ์คิดค้นในฐานะช่างหรือนักวิทยาศาสตร์
          เมื่อชาติก่อน คุณเป็นคนโรแมนติกช่างคิดช่างฝันพร้อม ๆ กับเป็นคนที่มองอะไรในแง่ของความเป็นจริงไปด้วย ทั้งยังเป็นคนที่หนักแน่นไม่ยอมท้อแท้ง่าย ๆ คุณจึงมุมานะในการที่จะทำความฝันหรืออุดมการณ์ที่มีอยู่ตลอดเวลาในจิตใจให้ มันกลายเป็นความจริงขึ้นมา ในฐานะที่เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น นักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกร สถาปนิก ประติมากร กัปตัน และเชื่อเหลือเกินว่า ผลงานจากหยาดเหงื่อและแรงกายของคุณยังคงเหลืออยู่ให้ชาวโลกได้ชื่นชมจนถึงทุกวันนี้
          ชาตินี้ คุณจึงมีลักษณะของคนที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี และผลักดันให้ความคิดความฝันกลายเป็นความจริงที่มีประโยชน์ได้ ไม่ใช่จบลงเพียงในรูปของความฝันที่เพ้อเจ้อเท่านั้น และยิ่งถ้าคุณได้คนที่ใจถึงกล้าลงมือทำอย่างคนในแบบ C. มาคอยหนุนหรือร่วมมือด้วย และคุณจะมีผลงานที่เด่น ๆ จากผลของชาติก่อนได้อย่างแน่นอน

          แบบ E ชีวิตของความเป็นผู้บงการ ซึ่งมีส่วนสร้างเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
          ชาติที่แล้ว คุณเป็นกษัตริย์หรือผู้นำระดับสูงของประเทศหรือกลุ่มขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย ความสามารถฉลาดหลักแหลมในการเมืองการปกครองจนสร้างเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์
          คุณเป็นผู้นำที่ไม่ได้ใช้เพียงพระเดชแต่ใช้พระคุณด้วย จึงทำให้ข้าราชบริพารตั้งแต่ระดับสูงไปจนถึงชาวบ้านราษฎร รู้สึกพอใจที่ได้มีชีวิตอยู่ภายใต้การนำของคุณ
          ผลจากความดีเหล่านี้ทำให้คุณเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือจากคนรอบข้างในชาติ นี้ จึงมักถูกรับเลือกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าห้องหรือประธานนักเรียนตลอดจน ประธานทำกิจกรรมโรงเรียนในรูปต่าง ๆ อยู่เสมอ
          แต่คุณมีข้อบกพร่องอยู่เล็กน้อย ตรงที่หมกหมุ่นคิดมากกับทุก ๆ เรื่อง คุณจริงจังเคร่งเครียดกับคนไปหมด จะให้ดี คุณควรมีเพื่อนที่ช่างฝันอย่างแบบ A แล้วคุณจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันมากกว่านี้

          แบบ F ชีวิตของศิลปินที่โด่งดังเป็นที่ยอมรับในความสามารถ
          ชาติที่แล้ว คุณเป็นคนที่มีพรสวรรค์และความสามารถทางด้านศิลปะไม่แขนงใดก็แขนงหนึ่ง ทั้งยังมีพลังในการผลักดันให้ผลงานของตัวเองเป็นที่รู้จักและยอมรับ จนทั้งผลงานและทั้งชื่อเสียงของคุณต่างก็ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ แต่ดูเหมือนว่าเบื้องหลังนั้นคุณมีใครบางคนที่คอยให้ความสนับสนุนผลักดันผล งานของคุณให้โลกรู้จักอย่างเต็มที่ แต่พอคุณได้ดิบได้ดีแล้ว คุณก็หลงระเริงกับชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเอง โดยไม่เคยสนใจหรือแม้แต่จะคิดถึงผู้มีบุญคุณคนนั้นอีกแลย
          ในชาตินี้คุณก็ยังคงมีพรสวรรค์ในด้านศิลปะติดตัวมาพร้อมกับพลังในการแสดงและ เสนอความสามารถของตนให้โลกรู้ แต่การที่จะให้วิชาความรู้ของคุณเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนโลกประจักษ์นั้น คุณจะขาดไม่ได้เลยซึ่งคนแบบ B ซึ่งจะคอยฉุดคอยดึงคนที่เอาแต่หลงตัวเองทำให้อะไร ๆ พังอย่างไม่เป็นท่าได้ง่าย ๆ

          แบบ G ชีวิตที่มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติหรือยุคสมัย
          ในชาติก่อน ถ้าคุณไม่ใช่ผู้นำของประเทศหรือกลุ่มที่ยิ่งใหญ่มหึมาที่มีอิทธิพลในการทำ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเคลื่อนไหวจนเกิดเหตุการณ์สำคัญระดับโลกแล้ว คุณก็คือนักปรัชญาหรือนักอุดมการณ์ที่คอยสั่งสอนและแนะนำให้คนกลุ่มใหญ่ รู้จักการใช้ชีวิตและปฎิบัติตนอย่างถูกต้อง จนคุณมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้
          ในชาตินี้ก็เช่นกัน คุณยังคงสืบทอดเอาคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ จึงเป็นคนที่มีความช่างคิดช่างฝันตลอดจนมีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ทั้งยังมีความสามารถในการวางแผนที่มั่นคงสมจริงเป็นเยี่ยม และยังมีพลังในการทำตามแผนให้สำเร็จลุล่วงด้วย
          มีเพียงอย่างเดียวที่คุณควรระวังคือ วิธีการแสดงออกหรือใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับความรู้ความสามารถที่คุณมี เพราะวิธีการที่คุณเลือกนั้น อาจจะให้ได้ผลที่ใหญ่หลวงหรือเล็กน้อยก็ได้ คุณก็มีคุณสมบัติที่พิเศษติดตัวมาตั้งแต่ชาติก่อนมาแล้ว ก็ขอให้พยายามเสนอตัวเองและผลงานของตัวเองในฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำ ได้ อย่างมัวแต่ลังเลหรือมักน้อยอยู่

เป็นไงบ้างครับ แม่นไม่เอย ของผมแบบ A ตรงเป้ก เป้ก เลย ก้อปปี้ ถ่ายเอกสารไปทายเพื่อน หรือ คนใกล้ชิดดูน่ะ ครับและเราจะรู้อะไรจากเขาอีกเยอะ ยังมีบททายใจอีกมากครับในกระทู้นี้ ลองค้นหาดู


18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย ทำไมร่างกายถึงอ่่อนเพลียมาดูกัน

18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย


18 คำตอบ เวลาที่คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง เวลาที่เราอ่อนเพลีย
เรามักโทษความเครียดและการนอนน้อย
แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นอีกที่สามารถสูบพลังจนหมดตัวคุณได้
โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา
  เพลง ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
ช่วยลดความอ่อนเพลียของสมองและร่างกาย กรุณายิ้ม

1. ใช้โทรศัพท์มากเกินไป
คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า
phone-fatigue ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้าอาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน
ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย
 2. ความดันเลือดต่ำ
ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม
แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่
ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำคือ
รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุปปับ หรือเวลายืนนานๆ
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์
3. เล่นเน็ตดึกเกินไป
ฮอร์โมนเมลาโทนินจะกระตุ้นให้เรานอนหลับ
แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้เราหลับยาก
โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก
และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น
อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า
4. กินอาหารไม่เต็มที่
การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย
และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้นที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะการขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง
ดังนั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุณ
ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย
5. ไม่ออกกำลัง
นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที
แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่า
คนทที่ไม่ออกกำลังเลยประมาณ 30%
ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไปให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่ม
คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4 - 5 จานต่อวันจะออกกำลังได้อย่างสบายๆ
6. อิทธิพลของเดือนเกิด
ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม
จะอ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน
หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า
การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลังให้กับคนประเภทแรก
7. กรามแข็ง
คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า
ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่า โรค TMJ (temporomandi bular joint)แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม
และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลียและปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ควรปรึกษาทันตแพทย์
8. ธรณีหน้าต่างสกปรก
จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง
และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย
ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า

9. ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด
ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี
มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด
ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท
และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดด
เป็นประจำเมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มีไรฝุ่น
10. เชื่องช้า งุ่มงาม
ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่มง่าม
เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย
การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลังสลับทีละแขน
11. อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย
คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วย
เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขาให้จินตนาการว่าคุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกันก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้
12. อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป
ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์
หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึมเศร้าให้เสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ

13. ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า
ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้
จากงานวิจัยพบว่าผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13%ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
14. บ้านรก
ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะจะทำให้สถานที่นั้นขาดพลังและกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วยคุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันทีแค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้
15. ร่างกายมีปัญหา
แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ
แต่สำหรับเพศหญิงสัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70%ที่อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆ อาจ
รวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อย และความเครียด 43%ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บ หน้าอกเลย
แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตามพบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมากแต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นเบาหวานหรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
16. กลั้นหาว
การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น
นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของ กรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้าซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขี้น
17. ใช้ชีวิตตามตาราง
ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่าต้องทำอะไรบ้างคือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขาทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ
18. หมอนเก่าเกินไป
ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัวซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้วยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วย
ถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขนคุณได้ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีเจริญสมาธิอย่างมีแบบแผน

วิธีเจริญสมาธิอย่างมีแบบแผน  

     
•   พระธรรมปิฎก (2543 : 849-850) กล่าวว่า “...การ เจริญสมาธิอย่างมีแบบแผน     หมายถึง วิธีฝึกอบรมเจริญสมาธิอย่างที่ได้ปฏิบัติสืบๆกันมา ในประเพณีการปฏิบัติธรรมของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ตามที่มีการอธิบายไว้ในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา เป็นวิธีการที่ถือปฏิบัติกันอย่างเอาจริงเอาจังเป็นงานเป็นการ โดยมุ่งฝึกจำเพาะแต่ตัวสมาธิแท้ๆ ภายในขอบเขตที่เป็นระดับโลกียะทั้งหมดซึ่งกำหนดวางกันไว้เป็นรูปแบบ มีขั้นตอนที่ดำเนินไปตามลำดับ ดังนี้...
   1.  รักษาตนให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ดี หรือชำระศีลให้หมดจด เพื่อให้เกิดความสงบทางกายและวาจาเป็นเบื้องต้น
   2 . ตัดปลิโพธ คือเครื่องผูกพัน หน่วงเหนี่ยวให้เป็นห่วงกังวล 10 อย่าง ได้แก่
1)      บ้าน ที่อยู่อาศัย
2)      ลูก หลาน ญาติ ตระกูล
3)      ลาภ ยศ ทรัพย์สมบัติ
4)      บุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์นอกเหนือจากตระกูลญาติ
5)      ภาระงานในหน้าที่ที่ต้องทำสม่ำเสมอ (กรรม)
6)      ภาระงานที่ต้องติดต่อประสาน
7)      ญาติ บุคคลใกล้ชิด บุคคลที่รู้จัก เจ็บป่วย
8)       ตนเองเจ็บป่วย
9)      ความรู้มาก วุ่นอยู่กับเรื่องที่รู้ จนเป็นกังวล (คันถะ)
10)    อิทธิ คือฤทธิ์ของปุถุชน เป็นภาระในการรักษา แต่เป็นปลิโพธสำหรับผู้บำเพ็ญวิปัสสนาเท่านั้น ไม่เป็นปลิโพธแก่การเจริญสมาธิโดยเฉพาะ เพราะผู้ที่เจริญสมาธิยังไม่มีฤทธิ์ที่จะห่วง
   3. เมื่อตัดปลิโพธได้แล้ว ไม่มีอะไรติดข้องค้างใจ พึงไปหาท่านที่สามารถสอนกรรมฐานให้แก่ตนได้ เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติดีงาม ใฝ่ใจช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอย่างแท้จริง เรียกว่า กัลยาณมิตรคือผู้ประกอบด้วยกัลยาณมิตรธรรม 7 ประการ คือ น่ารัก น่าเคารพ น่าเจริญใจ รู้จักว่ารู้จักพูด ยอมให้พูด ยอมให้ว่า แถลงเรื่องลึกซึ้งได้ และไม่ชักนำไปในเรื่องที่ผิดวินัย ศีล และ ธรรม กัลยาณมิตรนั้นถ้าให้ดีควรได้พระพุทธเจ้า รองลงมาคือพระอรหันต์ ซึ่งหมายถึงพระสงฆ์สาวกที่สามารถตัดกิเลส ตัณหา ได้โดยสิ้นเชิง ถ้าหาไม่ได้ก็หาพระอริยบุคคลที่มีกิเลส ตัณหาน้อยที่สุด หรือปุถุชนที่เป็นพหูสูต ศึกษาเรียนรู้พระไตรปิฎกมามาก เพราะปุถุชนที่เป็นพหูสูตบางทีสอนได้ดีกว่าพระอรหันต์ที่ไม่เป็นพหูสูตเสีย อีก เพราะพระอรหันต์ถนัดแต่แนวปฏิบัติที่ท่านผ่านมาเองเท่านั้น บอกทางไปได้พอจำเพาะตัว และบางองค์ก็ไม่ถนัดเชิงสอนอีกด้วย ส่วนพหูสูตได้ค้นคว้ามาก สอบสวนมาหลายอาจารย์ แสดงทางไปให้เห็นกว้างขวาง และรู้จักกลวิธี ยิ่งได้พระอรหันต์ที่เป็นพระหูสูตก็ยิ่งดี เมื่อหากัลยาณมิตรได้แล้วพึงเข้าไปหา ทำวัตรปฏิบัติต่อท่านแล้วขอโอกาสเรียนกรรมฐานจากท่าน
 4. เลือกกรรมฐานที่เหมาะกับจริยาของตน โดยกรรมฐานทั้ง 40 อย่าง แตกต่างกันโดยความเหมาะสมแก่ผู้ปฏิบัติ ซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะนิสัย หรือ จริยาของแต่ละบุคคล ถ้าเลือกได้เหมาะกัน ก็ปฏิบัติได้ผลดีและรวดเร็ว ถ้าเลือกผิด อาจทำให้ปฏิบัติได้ล่าช้าหรือไม่สำเร็จผล จริยาแปลว่า ความประพฤติปกติ หมายถึงพื้นเพของจิต พื้นนิสัย ลักษณะความประพฤติที่หนักไปทางใดทางหนึ่งตามสภาพจิตที่เป็นปกติของบุคคลนั้นๆ
            พระธรรมปิฎก (2543 : 853) กล่าวว่า “...ตัวความประพฤติหรือลักษณะนิสัยนั้น เรียกว่า จริยา บุคคลผู้มีลักษณะนิสัยและความประพฤติอย่างนั้นๆ เรียกว่า จริต ซึ่งจริตแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 6 จริต ได้แก่...           
     1)  ราคจริต ผู้มีราคะเป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยหนักไปทางราคะ ประพฤติหนักไปทางรักสวยรักงาม ละมุนละไม ควรใช้กรรมฐานคู่ปรับคือ อสุภะ (และกายคตาสติ)
      2) โทสจริต ผู้มีโทสะเป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยหนักไปทางโทสะ ประพฤติหนักไปทางใจร้อน หงุดหงิดรุนแรง กรรมฐานที่เหมาะคือ เมตตา (รวมถึงพรหมวิหารข้ออื่นๆ และกสิณ โดยเฉพาะวรรณกสิณ)
     3)โมหจริต ผู้มีโมหะเป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยไปทางโมหะ ประพฤติหนักไปทางเขลา เหงาซึม ใครว่าอะไร อย่างไรก็คอยเห็นคล้อยตามไป พึงแก้ด้วยมีการเรียน ไต่ถาม ฟังธรรม สนทนาธรรมตามกาล หรืออยู่กับครู (กรรมฐานที่เกื้อกูลคือ อานาปานสติ)
     4)  สัทธาจริต ผู้ มีศรัทธาเป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยมากด้วยศรัทธา ประพฤติหนักไปทางมีจิตซาบซึ้ง ชื่นบาน น้อมใจ เลื่อมใสโดยง่าย พึงชักนำไปในสิ่งที่ควรแก่ความเลื่อมใส และ ความเชื่อที่มีเหตุผล เช่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และ ศีลของตน (อนุสสติ 6 ข้อแรกใช้ได้ทั้งหมด)
    5) พุทธิจริต หรือญาณจริต ผู้มีความรู้เป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยความประพฤติหนักไปทางใช้ความคิดพิจารณา และมองไปตามความจริง พึงส่งเสริมให้ใช้ความคิดพิจารณาสภาวธรรม และสิ่งดีงามที่ให้เจริญปัญญา เช่นพิจารณาไตรลักษณ์ (กรรมฐานที่เหมาะคือ มรณสติ
อุปสมานุสติ จตุธาตุวัฏฐาน และ อาหาเร ปฏิกูลสัญญา)
    6) วิตกจริต ผู้มีวิตกเป็นความประพฤติปกติ มีลักษณะนิสัยความประพฤติหนักไปทางชอบครุ่นคิดวกวน นึกคิดจับจดฟุ้งซ่าน พึงแก้ด้วยสิ่งที่สะกดอารมณ์ เช่น เจริญอานาปานสติ (หรือเพ่งกสิณ เป็นต้น)
 
•  พระธรรมปิฎก (2543 : 854) กล่าวว่า “...อาการแสดงออกต่างๆกันในทางความประพฤติของจริตเหล่านี้ เช่น เมื่อพบเห็นสิ่งของสักอย่างถ้ามีอะไรเป็นส่วนดีอยู่บ้าง ใจของคนราคจริต จะไปจับอยู่ที่ส่วนที่ดี ที่สวย ที่งาม ติดใจอยู่ที่ความสวยความงาม ส่วนคนโทสจริต แม้ของนั้นจะมีส่วนดีอยู่หลายอย่าง แต่ถ้ามีส่วนเสียหรือข้อบกพร่องอยู่สักหน่อย ใจของเขาจะกระทบเข้ากับส่วนที่เสียนั้นก่อน ไม่ทันได้พิจารณาเห็นส่วนดีก็จะไปเสียเลย คนพุทธิจริต คล้ายคนโทสจริตอยู่บ้าง ที่มองเห็นส่วนเสีย แต่ต่างกันที่ว่าคนโทสจริต มองหาส่วนเสีย หรือ มองให้เสียทั้งที่ไม่เป็นอย่างนั้นจริง  และผละไปอย่างหงุดหงิดขัดใจ หรือใครว่าดีก็ดีด้วย ว่าไม่ดีก็ไม่ดีด้วย  ส่วนคนพุทธิจริตมองหาส่วนเสียข้อบกพร่องที่เป็นจริงและผ่านไปโดยไม่ติดข้องขัดใจ ส่วนคนวิตกจริต จะคิดวกวน จับจด นึกถึงสิ่งที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ตัดสินไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี และคนสัทธาจริต จะคล้ายราคจริต คือมองเห็นแต่ส่วนดี ต่างกันที่ คนสัทธาจริตเห็นแล้วก็ซาบซึ้งใจเรื่อยไป อย่างไรก็ตาม คนมักมีจริตผสม เช่นราคะผสมวิตก โทสะผสมพุทธิ เป็นต้น ในการปฏิบัติบำเพ็ญสมาธิ นอกจากเลือกกรรมฐานให้เหมาะกับจริตแล้ว แม้แต่สถานที่อยู่อาศัย บรรยากาศ หนทาง ของใช้ อาหาร เป็นต้น ก็ต้องเลือกสิ่งที่เป็นสัปปายะ คือเกื้อกูลเหมาะกันด้วย...
“...กรรมฐาน 40 นั้น นอกจากเหมาะกับจริตที่ต่างกันแล้ว ยังต่างกันโดยผลสำเร็จที่สามารถให้เกิดขึ้นสูงต่ำ มากน้อยกว่ากันด้วย คือมีขอบเขตในการให้เกิดสมาธิระดับต่างๆไม่เท่ากัน...

     5. เมื่อ เลือกกรรมฐานที่คิดว่าเหมาะกับจริตตนแล้ว หากัลยณมิตรได้แล้ว ก็พึงรับกรรมฐานโดยมีกัลยาณมิตร เป็นพยาน โดยมีคำกล่าวอย่างเป็นพิธีการคือ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอสละอัตภาพนี้แด่พระองค์คำบาลีว่า อิมาหํ ภควา อตฺตภาวํ ตุมฺหากํ ปริจฺจชามิแปลว่าขอถวายชีวิตก็ได้ ฝ่ายกัลยาณมิตร หรือพระอาจารย์  ก็จะสอบถามลักษณะอาการความนึกคิดและ จริตจริยาว่าอาการความรู้สึกนึกคิดเป็นอย่างไร จะนึกพิจารณาอะไรแล้วสบาย ใจน้อมไปในกรรมฐานใด เป็นต้น เมื่อทราบกรรมฐานที่ต้องการปฏิบัติและได้กรรมฐานที่เหมาะกับจริยาแล้ว พระอาจารย์ก็จะชี้แจงให้รู้ว่าจะเริ่มต้นปฏิบัติอย่างไร วิธีกำหนดจิต และฝึกอบรมทำอย่างไร นิมิตเป็นอย่างไร สมาธิมีขั้นตอนอย่างไร วิธีรักษาสมาธิ เลี้ยงสมาธิ และทำสมาธิให้มีกำลังมากขึ้นทำอย่างไร เป็นต้น
     6. หาสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อทำการปริยัติ คือศึกษาทฤษฎีจากกัลยาณมิตร หรือพระอาจารย์ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาสถานที่ที่จะฝึกภาคปฏิบัติ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นวัด และเป็นวัดเดียวกับพระอาจารย์ เพื่อความสะดวกในการสอบถามพระอาจารย์ หากเกิดอุปสรรคขัดข้อง แต่ถ้าไม่ผาสุก ก็พึงไปหาวัดที่เป็นสัปปายะ หรือสถานที่ที่เหมาะเกื้อกูลแก่การปฏิบัติ ซึ่งสถานที่หรือวัดที่เป็นสัปปายะมีลักษณะ ดังนี้
            1) ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากชุมชนมากนัก ไปมาสะดวก
            2)  กลางวันไม่พลุกพล่าน กลางคืนไม่อึกทึก
            3)  ปราศจากการรบกวนของเหลือบยุง ลมแดด สัตว์เลื้อยคลาน
            4) ไม่ขัดสนปัจจัย 4
           5) มีพระเถระ หรือพระอาจารย์ ที่เป็นกัลยาณมิตรและเป็นพหูสูต ซึ่งสามารถเข้าไปสอบถามข้ออรรถ ข้อธรรมให้ท่านช่วยอธิบายแก้ความสงสัยได้
    7 .ปฏิบัติตามวิธีเจริญสมาธิ   พระธรรมปิฎก (2543 : 857) กล่าวว่า “...กรรมฐาน แต่ละประเภทมีรายละเอียด วิธีเจริญสมาธิแตกต่างกันไป แต่กระนั้น ก็พอสรุปเป็นหลักการทั่วไปกว้างๆ ดังที่บางคัมภีร์แสดงไว้โดยจัดเป็นภาวนา คือการเจริญหรือการฝึก 3 ขั้น...แต่ก่อนจะกล่าวถึงภาวนา 3 ขั้น มีคำที่ควรทำความเข้าใจคำหนึ่ง คือ นิมิต...

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น