จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

สาระรูปภาพ มาดูภาพถ่ายย้อนอดีตกัน อดีตเด็กน้อยตัวฉัน







มองให้เป็น
ตาที่มองภาพ นี้คืออดีต สิ่งที่ขีดคอยเขียนคือปัจจุบัน
สิ่งที่คิดย้อนไปในคืนวัน ย่อมต่างกันธรรมดาที่เคยมอง
ชีวิตเรานั้นได้ตายหลายอายุ   จากความสุขและทุกข์ที่เคยครอง
มองภาพใดอย่าคิดเศร้าให้หม่นหมอง    มองถูกต้องมองให้เห็นสัจธรรม
โดย อุตฺตมสาโร

                                       
                                       






















  ภาพแค่นี้พอแล้วมั้งครับ...เดี่ยวมีเวลาจะหามาให้ดูอีก ภาพเรื่องเพื่อนทั้งน่าน... แต่ผมชอบ ไอเดียนี้จริง เจ้าของบล้อกเป็นคนชอบถ่ายรูปแนวหลากหลาย นิสัยส่วนตัว เลยเห็นว่าอยากจะหาภาพหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกมาลงในที่นี้ด้วย อยากให้ทุกคนมองอะไรออกไปแบบมีศิลป มีอารมณ์ความรู้สึกใส่ลงไปในภาพ มองอะไรที่ต่างจากคนอื่น คือการเรียนรู้ที่จะเปิดใจกว้างของตัวเรา ไม่มีอคติ หรือ กรอบอะไรมาบังคับ ปล่อยตามอิสรเสรี คือแสดงความมีตัวตนของเราอย่างผู้มีปัญญา จงมองสิ่งใดแบบหลายมุมมองและเราจะมีทางเลือกจากการมองที่มีดีกว่าเสมอกว่าจากการมองอะไรเพียวด้านเดียว.......

ไปย้อนภาพถ่ายในอดีต ของเมืองสยาม ๒ (บางรูปไม่รู้ว่าที่ไหนกันบ้าง งง )

รูปนามยามทัน ผ่านเวลา  เก็บรักษา ภาพถ่าย อดีตกาล หวนคำนึง ย้อนคิดจิต หอมหวาน ภาพนมนาน หวนคิด คืนตัวตน
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 
เดี่ยว ครับ เปิดดนตรีประกอบด้วยเพื่อเข้าบรรยากาศ กับภาพ
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
                                   

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
 .

บางกอก 1950 กรุงเทพ พ.ศ. 2493 ย้อนอดีต กรุงเทพเมืองน่าอยู่
            อ้ะหมดแล้วหรือ ภาพมีเเค่นี้ เพลงไม่ท่านจบเลย เซ็งแท้...ให้ไปค้นหาได้ครับยังมีอีกเยอะในกูเกิ้ล  ขอบคุณทุกภาพที่มา ที่เอื้อเฟื้อ จากหลายหลักแหล่ง

สาระธรรม พุทธวจน อบายมุข ๖ (ทางเสื่อมแห่งทรัพย์ ๖ ทาง) ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้

อบายมุข ๖ (ทางเสื่อมแห่งทรัพย์ ๖ ทาง)

คหบดีบุตร ! อริยสาวก ไม่เสพทางเสื่อมแห่ง
โภคทรัพย์ ๖ ทาง (อบายมุข ๖) คือ :-
     (๑) การประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นทางเสื่อม
แห่งโภคทรัพย์,
    (๒) การประกอบเนือง ๆ ซึ่งการเที่ยวไปในตรอก
ต่าง ๆ ในเวลากลางคืน เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์,
    (๓) การเที่ยวไปในที่ชุมนุมแห่งความเมา
(สมชฺชาภิจรณ) เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์,
    (๔) การประกอบเนือง ๆ ซึ่งการพนัน อันเป็น
ที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์,
    (๕) การประกอบเนือง ๆ ซึ่งการคบคนชั่วเป็นมิตร
เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์,
    (๖) การประกอบเนือง ๆ ซึ่งความเกียจคร้าน
เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์.

โทษของอบายมุขแต่ละข้อ
 

คหบดีบุตร ! โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
การดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความ
ประมาท มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นเอง
(๒) ก่อการทะเลาะวิวาท
(๓) เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
(๔) เป็นเหตุเสียชื่อเสียง
(๕) เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย
(๖) เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มนา้ํ เมาคือ สุราและเมรัย
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท.
คหบดีบุตร ! โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
 

การเที่ยวไปในตรอกต่าง ๆ ในเวลากลางคืน มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) ผู้นั้นชื่อว่าไม่คุ้มครอง ไม่รักษาตัว
(๒) ผู้นั้นชื่อว่า ไม่คุ้มครอง ไม่รักษา บุตรภรรยา

(๓) ผู้นั้นชื่อว่า ไม่คุ้มครอง ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ
(๔) ผู้นั้นชื่อ เป็นที่ระแวงของคนอื่น
(๕) คำพูดอันไม่เป็นจริง ในที่นั้น ๆ ย่อมปรากฏ
ในผู้นั้น
(๖) เหตุแห่งทุกข์เป็นอันมาก ย่อมแวดล้อมผู้นั้น
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการเที่ยวไปในตรอกต่าง ๆ
ในเวลากลางคืน.
 

คหบดีบุตร ! โทษในการเที่ยวไปในที่ชุมนุม
แห่งความเมา
มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) รำที่ไหน ไปที่นั่น
(๒) ขับร้องที่ไหน ไปที่นั่น
(๓) ประโคมที่ไหน ไปที่นั่น
(๔) เสภาที่ไหน ไปที่นั่น
(๕) เพลงที่ไหน ไปที่นั่น
(๖) เถิดเทิงที่ไหน ไปที่นั่น
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการเที่ยวไปในที่ชุมนุมแห่งความเมา.

คหบดีบุตร ! โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
การพนัน
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) ผู้ชนะย่อมก่อเวร
(๒) ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป
(๓) ย่อมเสื่อมทรัพย์ในปัจจุบัน
(๔) ถ้อยคำของคนเล่นการพนัน ซึ่งไปพูดใน
ที่ประชุมฟังไม่ขึ้น
(๕) ถูกมิตร อมาตย์หมิ่นประมาท
(๖) ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย เพราะเห็นว่า
ชายนักเลงเล่นการพนัน ไม่สามารถจะเลี้ยงภรรยาได้
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความ
ประมาท.
 

คหบดีบุตร ! โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
การคบคนชั่วเป็นมิตร
มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) นำให้เป็นนักเลงการพนัน
(๒) นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
(๓) นำให้เป็นนักเลงเหล้า

(๔) นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม
(๕) นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า
(๖) นำให้เป็นคนหัวไม้
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการคบคนชั่วเป็นมิตร.
 

คหบดีบุตร ! โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
ความเกียจคร้าน
มี ๖ ประการ คือ :-
(๑) ชอบอ้างว่า หนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน
(๒) ชอบอ้างว่า ร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน
(๓) ชอบอ้างว่า เวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน
(๔) ชอบอ้างว่า ยังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน
(๕) ชอบอ้างว่า หิวนัก แล้วไม่ทำการงาน
(๖) ชอบอ้างว่า กระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน
เมื่อเขามากไปด้วยการอ้างเลส ผลัดผ่อนการงาน
อยู่อย่างนี้ โภคทรัพย์ที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว
ก็ถึงความสิ้นไป.
คหบดีบุตร ! เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการ
ในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งความเกียจคร้าน.

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

เรื่องเล่าแง่คิดคติสอนใจ ..เรืิ่องเกี่ยวกับแม่ เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน ..

  

.. เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน ..

แม่. . . ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
เพราะเราเต็มใจรักแม่ โดยไม่ต้องหลง

...

แม่. . . อาจเคยตีเราให้เจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
แม่. . . ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน

 

...
แม่. . . ไม่เคยบอกเลิก
แม่. . . เป็นแบงค์ส่วนตัวที่เวลากู้ไม่เคยคิดดอกเบี้ย
และไม่ค่อยทวงคืน

...

แม่. . . เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
แม่. . . เป็นคนที่เห็นเราดีกว่า แฟนของแม่เสมอ
ขอหอมแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน

 

...
แม่. . . ยอมตัดสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
แม่. . . สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนโต
แม่. . . ยอมเป็นยายอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน
เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน

...

และในประเทศนี้ไม่มี . . . “วันแฟนแห่งชาติ”
เหมือนวันแม่ใช่มั้ย

...

รู้ว่าความรักของแม่ ยิ่งใหญ่กว่าแฟนแล้ว. . .
พรุ่งนี้!! คุณอยากบอกแม่ว่าอะไรดี. . .?

 



อย่ารอโอกาส หรือรอเวลาบอกรักแม่เฉพาะ “วันแม่” เท่านั้น

. . .เพราะวันเวลาอาจทำให้คุณ . . . ไม่มีโอกาสบอกรักแม่ก็เป็นได้
 

เรื่องเล่าแง่คิดคติสอนใจ เกี่ยวกับแม่ 8 ครั้งที่แม่โกหกผม แม่รักลูกน่ะ ผมก็รักแม่


แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต
      เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อย ๆ เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งพูดว่า "ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ...ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว" นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม
เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม 
แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้างๆผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมได้กินเนื้อปลาไปแล้ว ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่ แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า"ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม
เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็กๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน "แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก" แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ" ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม
ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจให้ผม มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชั่วโมงเมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่ เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว.. แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ" นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม
หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร คุณลุงที่อยู่ข้างๆ บ้านท่านเป็นคนดี พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้านที่ผุพัง..ฯลฯ เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงาน ใหม่ แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า "แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องการความรักอีก" แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว
ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆ ที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่ (ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล) แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคืนให้ผมอีก แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ" แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6
เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า.. ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน" ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม
เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ.. ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก
ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ "ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว" นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม
แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง …
    ขอบคุณที่มาจาก http://www.dhammajak.net/dhamma/80.html

ความรักที่บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ ถ้าคุณเป็นลูกหากแม่เรายังมีอยู่จงรู้ไว้ว่าความรักเป็นอย่างไร
หากถ้าคุณเป็นแม่จงรู้ไว้ว่าความรักที่บริสุทธิ์แบบนี้เราไม่มีให้ใครอีกแล้วนอกจากลูกของเรา   
                                                                                                                             อุตฺตม... 

เรื่องเล่าแง่คิดคติสอนใจ คำสอนของแม่ แม่สอนว่า

 

 คำสอนของแม่


แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้
ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง


แม่อยากให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี
อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไม่ได้
หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี


 


แม่อยากให้ลูกหัดฝัน
เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน
หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน


แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องสวยงาม
จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น และจงเป็นคนแรก
ที่ให้กำลังใจ และชื่นชม


 


แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ
ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร
อย่าเก็บความคิดแปลก เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร


 


แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน
เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์ ลูกจะได้รับวิตามินดี
และภายใต้ฟ้าที่มีฝน มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา


 


แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน
อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง
ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ


แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก
ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง ยิ้มมากๆ อาจจะดูเหมือนคนบ้า
แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ


 


แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน
ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้ทุกๆ อย่างที่ลูกหวังไว้
อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง


แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง
ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า
เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่


 


แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก
คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ เขาสุขจริงๆ ไม่เป็นหรอกเจ้าเอย


ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง
อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ
อีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้


 


"อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ ไม่ต้องกลัว"


ขอบคุณ ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น