จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564

บทความดีๆของชีวิต:ไม่ต้องบ้างก็ได้








"นี่อาจจะเป็น..วิธีที่มีความสุข"

...

1. ไม่ต้องเถียง..ทุกเรื่อง

.

2. ไม่ต้องชนะ..ทุกครั้ง

.

3. ไม่ต้องพูด..ทุกอย่างที่คิด

.

4. ไม่ต้องมีความเห็น..กับทุกหัวข้อ

.

5. ไม่ต้องพูด..ทุกความรู้สึกที่มี

.

6. ไม่ต้องรีบ บอกรัก เก็บไว้ก่อน..ก็ได้

.

7. ไม่ต้องรอ..การยอมรับจากคนอื่น

.

8. ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง..หรือที่สุดตลอดเวลา

.

9. ไม่ต้องแสดงให้เห็นว่า..“ ฉันเก่ง ”

.

10. ไม่ต้องใช้สิ่งของ..บอกเล่า “ ความสำเร็จ ”

.

11. ไม่ต้องแคร์..การตัดสินจากทุกคน

.

12. ไม่ต้องเก็บทุกเสียง..มาคิด

.

13. ไม่ต้องได้ดั่งใจ..ไปทุกอย่าง

.

14. ไม่ต้องตั้งกฎเกณฑ์..กับตัวเองเคร่งครัดนัก

.

15. ไม่ต้องงดน้ำตาล ช็อกโกแลต ของทอดตลอดเวลา

.

16. ไม่ต้องหวังว่า..ทุกอย่างจะต้องได้ ภายในวันนี้

.

17. ไม่ต้องสำเร็จทุกเรื่อง แค่..สำเร็จบ้างก็พอ

.

18. ไม่ต้องรอเรื่องใหญ่ๆ “ ยิ้ม ” ให้กับ..เรื่องเล็กๆ เป็น

.

19. ไม่ต้องอยาก “ มีความสุข ”

.

20. ไม่ต้องเชื่อ..ไอ้คนที่เขียนมาตั้ง ยี่สิบข้อ


ทันใดนั้น หัวเราะเลย พลันเป็นสุข..!!

เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยสิ่งดีๆ

เริ่มต้นชีวิต ด้วยการคิดบวก

.....

@ยิ้ม เพจสาระบทความ


#ขอบคุณผู้เขียนบทความนี้

บทความดีๆของชีวิต :อย่ากวนตีนคนเเก่

 


เพิ่งอ่านเจอเมื่อเช้า คุณยายคนนี้ยื่นบัตรของเธอให้พนักงานธนาคารที่เคาท์เตอร์แล้วบอกว่า "ฉันต้องการถอนเงิน 10 ดอลลาร์” 


พนักงานสาวบอกกับคุณยายว่า “ถอนเงินน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ ต้องใช้ตู้เอทีเอ็มค่ะ จะเบิกตรงนี้ไม่ได้"


คุณยายงง ไม่เข้าใจเหตุผล เจ้าหน้าที่คืนบัตรให้แล้วบอกคุณยายอย่างไม่สบอารมณ์ว่า“ก็มันเป็นกฎ ถ้าไม่มีอะไรมาก คุณยายออกไปเถอะ เรามีลูกค้าคนอื่นรอคิวใช้บริการอยู่"


คุณยายเงียบไปสองสามวินาที แล้วยื่นบัตรกลับมาให้พนักงานอีกครั้ง พร้อมบอกว่า "งั้นขอความกรุณาช่วยถอนเงินทั้งหมดในบัญชีให้ฉันด้วยค่ะ"


พนักงานธนาคารทำหน้าประหลาดใจ เมื่อตรวจสอบยอดเงินในบัญชีคุณยายแล้วพบตัวเลขน่าทึ่ง เธอพยักหน้า เอนตัวลงและบอกคุณยายด้วยน้ำเสียงความเคารพนบนอบว่า “คุณยายมีเงินในบัญชีทั้งหมด 1,300,000 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ธนาคารเราไม่มีเงินสดมากขนาดนั้น คุณยายช่วยนัดเวลาและกลับมาเบิกใหม่ในวันพรุ่งนี้ได้ไหมคะ"


คุณยายจึงถามว่า ถ้าจะถอนออกมาทันทีตอนนี้ จะถอนเงินได้เท่าไร 


พนักงานตอบว่า "ไม่เกิน 3,000 ดอลล่าร์ค่ะ"


คุณยายบอก "งั้นช่วยถอนเงินให้ฉันที  3,000 ดอลลาร์ตอนนี้เลย"


พนักงานจัดการถอนเงิน และส่งมอบเงิน 3,000 ดอลลาร์ให้คุณยายพร้อมส่งยิ้มเปี่ยมไมตรีจิต


คุณยายหยิบเงิน 10 ดอลลาร์ใส่กระเป๋า แล้วยื่นเงิน 2,990 ดอลลาร์คืนให้พนักงาน แล้วบอกว่า "ช่วยฝากคืนเข้าบัญชีเดิมให้ฉันด้วย" 


คนเอาเรื่องนี้มาเล่าบอกว่า อย่ากวนตีน (เรื่องมาก) กับคนแก่ เพราะพวกแก่ๆ นั่นน่ะใช้เวลาทั้งหมดในชีวิตเพื่อเรียนรู้ทักษะในการแก้ปัญหาต่างๆ มาอย่างช่ำชองและโชกโชน พร้อมรับมือทุกรูปแบบ น้อยมากที่จะพลาดท่าเสียที


เอาจริง หากต้องเอาชนะคะคานในปัญหาต่างๆ คนรุ่นหลังอาจจะตามไม่ทัน สู้ความเก๋าไม่ไหว โดยเฉพาะการหาช่องว่างในกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คนรุ่นหลังไม่สามารถอดทนทำได้


Cr: ปราย พันแสง

Cr :คุณSupap Rodklongtan

.......

@ยิ้มเพจสาระบทความ.🤟

บทความดีๆของชีวิต : ค่าราคาต่างกัน

 



พ่อพูดกับลูกสาว


"ลูกเรียนจบพร้อมกับเกียรตินิยม นี่คือรถที่พ่อซื้อไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว เก่าพอสมควรเลย เดี๋ยวพ่อจะซื้อคันใหม่ให้ แต่ก่อนอื่น ลูกเอาคันนี้ไปขายให้พ่อก่อนได้ไหม 


ลูกขับมันไปที่ร้านรับซื้อรถเก่านะ แล้วบอกเขาว่าลูกจะขายคันนี้ แล้วดูว่าเขาให้ราคาเท่าไหร่"


ลูกสาว "ได้ค่ะพ่อ" 


เธอตอบด้วยความกระตือรือร้น แล้วรีบขับไปที่ร้านรับซื้อรถเก่าทันที 


ไม่นานนัก เธอก็กลับมาบอกพ่อของเธอว่า "เขาให้ราคาหนู 30,000 บาท เขาบอกว่าสภาพมันแย่มากแล้วค่ะพ่อ"


......


พ่อเลยบอกใหม่ว่า "เอาอย่างนี้ งั้นลูกขับไปที่โรงรับจำนำนะ แล้วดูว่าเขาตีราคาให้เท่าไหร่"


ลูกสาวตอบโอเค แล้วขับออกไปอีกครั้ง แป็ปเดี๋ยวเธอก็กลับมา แล้วบอกด้วยเสียหน้าเศร้าๆว่า 


"โรงรับจำนำให้แค่ 3,000 บาทเองค่ะพ่อ เขาบอกว่ารถมันเก่ามากๆแล้ว"


น้ำเสียงเธอหมดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด


......


พ่อปลอบลูกสาว แล้วบอกเธอว่า 


"สุดท้ายแล้ว ลูกลองช่วยพ่อขับไปที่ คาร์ คลับ (คลับของคนรักรถ) แล้วเอารถให้เขาดู แล้วดูสิว่าเขาให้ราคาเท่าไหร่นะ"


ลูกสาวยอมขับออกไปอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจนัก 


แต่เมื่อกลับมา เธอพุ่งเข้ามาหาพ่อแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นมากๆว่า


"พ่อๆ ที่คาร์ คลับ มีบางคนบอกว่าเขาจะขอซื้อด้วยเงินถึง 3,000,000 บาทเลย! เขาบอกว่า เพราะรถคันนี้มันคือ Nissan Skyline R34 มันเป็นรถระดับ iconic แล้วก็มีหลายคนเลยตามหารถคันนี้กันอยู่" 


พ่อยิ้มน้อยๆ แล้วบอกกับลูกสาวว่า


"ลูกจำไว้นะ ของสิ่งเดียวกัน แต่จะมีราคาไม่เท่ากันในแต่ละที่ ที่ที่ใช่จะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามี ถ้าไม่มีใครเห็นคุณค่า อย่าไปโกรธเขา เป็นไปได้ว่าเราอยู่ในที่ที่ผิดเท่านั้นเอง"


ขอบคุณผู้เขียนบทความนี้ 

..........

@ยิ้ม เพจสาระบทความ.

บทความดีๆบทเรียนชีวิต.. อย่ารอวันเวลา

 


หญ้ามีวันเฉา

ดอกไม้มีวันร่วงโรย

คนเรามีวันชรา

ชีวิตคนเรา ผ่านไปวันหนึ่งก็น้อยลงไปวันหนึ่ง

อย่าไปยึดกับอะไรที่มันไม่แน่นอน

ลองเดินให้ช้าลงบ้าง ฟังเสียงหัวใจของตัวเองบ้าง ว่าจริงแล้ว หัวใจต้องการสิ่งใด?

แล้วลองเอาใจใส่ ทำให้หัวใจของคนใกล้ตัวที่มันเริ่มเย็นชา กลับอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

งาน ทำไม่เคยหมด

เงิน หาไม่เคยพอ

แต่เวลา กลับแอบหมดไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่เคยเฉลียวใจ

อย่ารอให้ความรักจืดจาง แล้วค่อยโหยหา

อย่ารอให้ความรักร้างลา แล้วค่อยกู่กลับ

อย่ารอให้คนที่บ้านลาลับ แล้วค่อยเสียใจ

รู้สึกตัวตอนนี้ยังไม่สาย ฉุดใจดวงเดิม กลับมา

Cr.นุสนธิ์ บุคส์

......

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ความจริง เรื่อง รูปภาพพญานาค ในประเทศลาว

 




ย้อนวันวาน กับเหตุการณ์ "27 มิถุนายน 2516 คือวันที่ชาวลาวกล่าวว่าทหารอเมริกาจับพญานาคได้ ??"

     เมื่อพูดถึงพญานาค แว้บแรกที่นึกขึ้นมาได้คงต้องนึกถึงภาพในตำนานที่ทหารอเมริกาหลายสิบคนกำลังช่วยกันถือปลาขนาดยาวชนิดหนึ่งแล้วถ่ายรูปราวกับว่าได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์อะไรบางอย่าง

จากรูปมันดูเหมือนสัตว์ในความเชื่อของพระพุทธศาสนาแถวบ้านเราเลยใช่ไหมครับ ซึ่งแน่นอนมันคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "พญานาค" แต่คำถามคือปลาที่ทหารอเมริกากำลังถืออยู่ใช่พญานาคจริงๆหรือ? แล้วที่น่าสงสัยอีกอย่างคือหลังจากพวกทหารอเมริกาถ่ายรูปนี้เสร็จแล้วพวกเขาจัดการอย่างไรกับปลาตัวนี้ต่อ?

เรื่องนี้หากย้อนกลับไปสัก 40 กว่าปีที่แล้ว ในช่วงเวลานั้นพี่น้องชาวลาวที่เห็นรูปนี้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือ "นางพญานาค" มันเป็นพญานาคชนิดหนึ่งตามความเชื่อของชาวลาวที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง

คือต้องบอกก่อนว่าชาวลาวที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำโขงนี้ ค่อนข้างเชื่อในเรื่องพญานาคมาก และเชื่อว่าแม่น้ำโขงสายใหญ่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนาที่มีลักษณะลำตัวยาวคล้ายงูมีเกล็ดมีหงอนนั่นคือพญานาค

เราจึงเห็นได้ว่าในทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 เดือน 11 ซึ่งเป็นวันปวารณาออกพรรษา จะมีผู้คนทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวมารวมตัวกันบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อมาดูปรากฎการณ์ที่มีลูกไฟพุ่งออกมากลางน้ำโขงอย่างเหลือเชื่อและเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "บั้งไฟพญานาค” หรือ “บั้งไฟผี”

1

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากเราเห็นรูปนี้ที่ประเทศลาวพร้อมกับมีข้อความที่บอกว่า "ทหารอเมริกาจับนางพญานาคได้ที่แม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2516" เพราะดูจากลักษณะแล้วนี่คือพญานาคไม่ผิดแน่ๆ

   แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นนะครับ ชาวลาวบางส่วนบอกว่า "ทหารอเมริกาที่จับนางพญานาคได้ในรูปหลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว ได้เอาเนื้อของนางพญานาคไปกินกันต่อและทุกคนที่กินเสียชีวิตหลังจากนั้นทันที!! "

มาถึงตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าทั้งหมดนี้คือความเชื่อของพี่น้องชาวลาวรวมไปถึงคนไทยบางส่วน ณ ขณะนั้นครับ ทีนี้เราลองมาดูข้อเท็จจริงกันบ้างว่าจริงๆ แล้วเหตุการณ์ในรูปภาพมันเป็นยังไงกันแน่

เริ่มจากปลาลักษณะตัวยาวที่ทหารอเมริกาช่วยกันถืออยู่ในรูปคือปลาที่ชื่อว่า ออร์ฟิช (Oarfish) หรือปลาออร์ฟิช มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “รีกัลเลคุส เกลสเน” อยู่ในวงศ์ “รีกัลซิเด” มีความยาว 9-11 เมตร มีน้ำหนักราวๆ 300 กิโลกรัม อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกระดับ 200-1000 เมตร แถบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย เรื่อยไปจนถึงทะเลนอกชายฝั่งเม็กซิโกและแถบหมู่เกาะเบอร์มิวดา

ซึ่งแน่นอนจากข้อมูลข้างต้นหากเรามาดูกันจริงๆ แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยว่าปลาชนิดนี้จะถูกจับได้ในลุ่มแม่น้ำโขง เพราะที่อยู่อาศัยของมันอยู่คนละแถบกับประเทศลาว หรือที่ใกล้เคียงสุดก็เป็นชายฝั่งในญุี่ปุ่นซึ่งก็อยู่ห่างจากลุ่มแม่น้ำโขงออกไปหลายพันกิโลเมตร

แต่ที่ทหารอเมริกาเข้ามาในประเทศลาวนั้นอันนี้เป็นเรื่องจริงครับ แต่ไม่ใช่ในรูป เพราะจากรูปคือทหารพรรคนาวิน (เหล่าที่เกี่ยวกับการเดินเรือ) และพรรคกลิน (เหล่าช่างเครื่องในเรือ) ซึ่งสหรัฐไม่เคยส่งทหารชุดดังกล่าวเข้ามาในประเทศลาวเลย มีเพียงทหารบก (ARMY) กับนาวิกโยธิน (SEAL) เท่านั้นที่เคยเข้ามาปฏิบัติภารกิจในแถบนี้ ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่าในรูปไม่ใช่พญานาคที่จับได้ในลาวและสถานที่ในรูปก็ไม่ใช่ประเทศลาวเลยด้วย

2

มาถึงตรงนี้บางท่านอาจสังสัยว่าแล้วความจริงรูปนี้มันเกิดขึ้นที่ไหนกันแน่

คำตอบก็คือ มันเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐนี่แหละครับ


ปลาออร์ฟิชตัวนี้ถูกจับได้บริเวณชายฝั่งซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 1996 หรือพ.ศ.2539 และถูกนำมาถ่ายในฐานทัพน้ำเค็มหรือน้ำลึกที่แคลิฟอร์เนีย และไม่มีข้อมูลว่าทหารอเมริกาเหล่านั้นนำเนื้อปลาที่จับได้มากินแม้แต่คนเดียว

ดังนั้นเรื่องที่ว่าทหารอเมริกาจับปลาตัวนี้มากินหลังถ่ายภาพแล้วมีอันเป็นไปจึงไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด เพราะจริงๆ แล้วปลาออร์ฟิชไม่ได้มีพิษสงร้ายแรงขนาดนั้น ปลาออร์ฟิชเป็นสัตว์ทะเลที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหารและไม่ทำอันตรายกับมนุษย์

และโดยส่วนใหญ่ปลาออร์ฟิชมักจะถูกเจอในสภาพตายแล้วมากกว่า เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลลึกและพบเห็นได้ยาก ดังนั้นที่เราเห็นปลาชนิดกันบ่อยๆ คือมันเกยตื้นมาตายนั่นเอง

      แต่ที่น่าสนใจคือ หากพบปลาชนิดนี้เมื่อใดก็มักจะมีข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินใหวตามมาเสมอ นั่นเลยทำให้มีคนบางกลุ่มโดยเฉพาะชาวประมงในญี่ปุ่นเชื่อว่าหากพบปลาตัวนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในไม่ช้าแน่

ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกความเชื่อหนึ่งนะครับ ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยว่าความเชื่อเรื่องปลาตัวนี้ขึ้นอยู่กับบริบทในแต่ละพื้นที่จริงๆ อย่างแถบภูมิภาคบ้านเราซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพญานาคอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่แปลกที่เราจะเชื่อว่าเป็นพญานาคแน่ๆ

ในขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิบ่อยๆ ก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับปลาตัวนี้เช่นกันว่ามันจะนำมาซึ่งแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน

ดังนั้นเรื่องนี้สมองจ่าจึงมองว่าเป็นเรื่องนานาจิตตังนะครับ ส่วนพญานาคในรูปปัจจุบันเรายังพอเห็นได้อยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงโดยเฉพาะในประเทศลาวบางส่วนแต่ก็คงน้อยกว่าในอดีตที่ผ่านมาครับ ส่วนใครมีความเชื่อหรือประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรสามารถแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ

Cr : Blockdit  โดยสมองจ๋า

 แท็กที่เกี่ยวข้อง

พญานาคตำนานพญานาคตำนานความเชื่อเรื่องพญานาคความเชื่อโบราณใต้เมืองโพนพิสัย

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564

เบิกเนตรความดีในหลวง ร.๙ :เบิกเนตรโครงการหลวง ที่ต้องไปสูจน์

 












เมื่อวานพูดถึงโครงการหลวงที่ยกระดับความเป็นอยู่ของชาวเขาในพื้นที่ต่างๆไปแล้ว 


เมื่อเช้านี้นั่งกินกาแฟ กับขนมปังทาแมคคาเดเมียโครงการหลวง ก็นึกขึ้นมาว่าที่จริงแล้วโครงการหลวงนอกจากพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขาแล้ว ยังผลิตสินค้าดีๆ มีคุณภาพมาให้เรากินกันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง


พอว่างเลยลองมานั่งลิสต์ของดีโครงการหลวง 5 อันดับแรกในใจ เสธ. 


1. แมคคาเดเมียบด - เสธ. ชอบอันนี้มากที่สุด ทากับขนมปังอร่อยมาก หอมมันครับ


2. ปลาเทราต์โครงการหลวง - ปลาเทราต์เป็นปลาเมืองหนาว แต่บ้านเราเอามาเพาะเลี้ยงสำเร็จที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ สร้างรายได้ให้ผู้เลี้ยงอย่างงาม ปลาเทราต์เนื้อมีสีส้มคล้ายปลาแซลมอน รสชาติอร่อย ใครที่เคยไปกินปลาเทราต์ที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ จะติดใจครับ


3. ไข่คาร์เวียร์โครงการหลวง - ไข่ปลาคาร์เวียร์ได้มาจากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งก็เป็นปลาเมืองหนาวอีก และบ้านเราก็เอามาเพาะเลี้ยงสำเร็จที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์อีกแล้ว ไข่คาร์เวียร์ราคาแพงและหากินยาก ต้องสั่งจองกัน จริงๆก็อร่อยดีแต่ด้วยความที่นานๆทีได้กิน เลยให้คะแนนน้อยกว่าปลาเทร้าหน่อยนึง


4. เนยงาดำโครงการหลวง - สำหรับ เสธ. ไอ้นี่ก็อร่อย ทาขนมปังกินกับกาแฟได้ดีมาก 


5. สตรอว์เบอรี่โครงการหลวง - แน่นอนล่ะครับ ถ้าพูดถึงโครงการหลวง ไม่พูดถึงสตรอว์เบอรี่ก็ไม่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในสินค้าพัฒนาชีวิตชาวเขาเลย สตรอว์เบอรี่โครงการหลวงอร่อย หวาน และสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงอย่างเป็นกอบเป็นกำ 


จริงๆของที่ประทับใจจากโครงการหลวงมีมากกว่านี้ แต่ถ้าจัดอันดับเยอะไปเกรงว่าจะเฝือ เอาแค่ 5 อันดับพอ ที่เหลืออยากเห็นรีวิวจากคนอื่นบ้าง


แล้วท่านล่ะครับ มีอะไรจากโครงการหลวงที่ท่านชอบบ้าง? มาแชร์กันครับ 


เพราะนี่เป็นสิ่งยืนยันว่า โครงการที่พลิกฟื้นชีวิตชาวเขาและประชาชนนี้ ได้ผลิตอะไรดีๆมาให้เราได้กินได้ใช้กันบ้างครับ 


#เสธPlay

เบิกเนตรความดีของในหลวง ร.9 :70 ปี ความดีพัฒนาถิ่นลำบากบนดอย

 








"คุณนริศโรจน์ เฟื่องระบิล"

อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนติน่า




#บทความโดย


"คุณนริศโรจน์ เฟื่องระบิล"

อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนติน่า


#จุดเริ่มต้นในการขึ้นไปของในหลวงรัชกาลที่9 #ไม่ใช่ต้องการแค่ให้คนเหล่านั้นมีไฟฟ้าใช้

#แต่พระองค์ต้องการทำให้คนเหล่านั้นมีตัวตน


โดยอดีตท่านทูตได้โพสต์กล่าวว่า.... 


"ย้อนหลังไป 20 กว่าปี ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลคณะสื่อต่างประเทศที่เป็นแขกของ กต. โดยผมมีหน้าที่ต้องพาคณะสื่อเหล่านี้ไปถ่ายทำตามหมู่บ้านชาวเขาตามดอยต่างๆ เพื่อให้คณะสื่อได้สัมภาษณ์ถึง วิถีชีวิตของพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  


ผมได้ฟังการสัมภาษณ์ชาวเขาเผ่าต่างๆผ่านสื่อประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน !


ประเด็นสำคัญที่ผมจับได้คือ ชาวเขาเหล่านี้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง ร.๙ ได้ทรงเข้ามาช่วยเหลือให้พวกเขาเลิกทำไร่เลื่อนลอย/ปลูกฝิ่น และปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆทดแทน  ถนนหนทางดีขึ้นจนพวกเขานำของออกมาขายได้ 


แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ในหลวง ร.๙ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาเป็น #คนไทย โดยสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่พลเมืองชั้นสองอีกต่อไป 


ในหลวง ร.๙ ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาแบบสุดโต่งให้เป็นคนเมืองแบบเราๆท่านๆ


แต่ท่านทำให้ชาวเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นในรูปแบบและวิถีชีวิตของพวกเขาเอง  


ในหลวงท่านไม่ได้ไปยัดเยียดความเป็นคนเมืองให้ชาวเขาแต่อย่างใด  


ถ้าใครที่เคยสัมผัสการทรงงานของพระองค์ท่านจะรับทราบได้ด้วยหัวใจว่าสิ่งที่ในหลวง ร.๙ ทรงทำนั้นไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรทางการเมืองเลย


ผมเคยพาคณะสื่อต่างประเทศร่วมร้อยคณะแล้วกระมังไปถ่ายทำสารคดีตรงแปลงปลูกสตอเบอรี่พันธ์พระราชทาน / ไร่กาแฟ / ไร่มะคาเดเมีย /แปลงปลูกพืชผักเมืองหนาว /แปลงดอกไม้เมืองหนาว ฯลฯ ในพื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็นไร่ฝิ่น ไร่เลื่อนลอยที่แห้งแล้งมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน


เคยพาคณะสื่อต่างประเทศไปดูแนวรอยต่อพรมแดนไทย-พม่า ตรงดอยตุง ที่ฝั่งไทยพลิกฟื้นจากเขาหัวโล้นเป็นป่าเขียวขจี ในขณะที่ฝั่งพม่ายังเป็นเขาหัวโล้นอยู่ 


จริงอยู่ที่ในบางพื้นที่ของไทยยังไม่สามารถเป็นไปตามแนวที่ในหลวง ร.๙ ได้ทรงกรุยทางเป็นแนวตัวอย่างให้ได้หมด #เพราะพระองค์ท่านมิใช่รัฐบาล #ไม่ได้มีอำนาจอะไรในมือ


#ท่านเพียงทรงวางรูปแบบแนวทางการพัฒนาให้เท่านั้น


แต่จากการตระเวนไปในหลายพื้นที่ ได้สัมภาษณ์ชาวเขาด้วยตัวเอง ทุกอย่างในภาพรวมมันดีขึ้น แตกต่างขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด 


ตรงนี้ถ้ามีใครเอามากระแนะกระแหนว่า 70 ปีไม่มีอะไรดีขึ้นล่ะก้อ ผมขอเถียงหัวชนฝา เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาของผมเอง ได้ยินคำยืนยันจากชาวเขาด้วยหูของผมเอง


สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ในหลวง ร.๙ ได้มอบให้ชาวเขานอกเหนือจากการพัฒนาทางด้านเกษตรกรรม นั่นคือ #ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ การได้เป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน เป็น #ราษฎรไทยโดยสมบูรณ์  ที่ชาวเขาภูมิใจ พวกเขามิใช่คนเร่ร่อน ไร้สัญชาติ  อีกต่อไป


"แต่พวกเขามีประเทศไทย เป็นพลเมืองไทย และมีที่ดินทำกินเป็นของเขาเอง" 


ลูกหลานชาวเขาหลายๆคนได้รับการศึกษามีอาชีพมั่นคง และเป็นพี่น้อง “คนไทย” เหมือนพวกเราทุกคน  


มิติตรงนี้ต่างหากที่สำคัญมากที่สุด 


การที่จะมีกลุ่มบุคคลใดไปช่วยสานต่องานของในหลวง ร.๙ นั้น เป็นสิ่งที่ดีที่ควรยกย่องสรรเสริญ  


แต่การทำดีสานต่อนั้นไม่ใช่การเอามาเปรียบเทียบเพื่อ ดิสเครดิต สิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำมาก่อนล่วงหน้า


การดิสเครดิตโดยเอาจุดเล็กๆจุดเดียวมาตีกินจุดอื่นๆในภาพรวมใหญ่ แบบนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่หวังดี เพื่อหวังให้เกิดความแตกแยกในสังคม  


ใครก็ตามที่ทำแบบนั้นแสดงว่ามีจิตใจชั่วร้ายแอบแฝงและไม่หวังดีกับใครทั้งนั้นไม่ว่า “ชาวเขา” หรือ “ชาวเรา”....

สายฝน แห่งชีวิต ปล่อยความทุกข์ กังวลไหลไปตาม สายน้ำ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง





ใบไม้ร่วงโรย ชีวิตล่วงเลย แต่ใจไม่ร่วงหล่น